อัพคราวนี้ ขอซีเรียส! 1: สถาปนิกทำงานอย่างไร
posted on 16 Jul 2007 14:12 by archmania in Open-Ofiiceวันนี้ exteen มีกลิ่นแปลก..... เราไม่ได้รู้สึกไปคนเดียวใช่หรือไม่? มัน...แฮงค์ๆ
.
.
.
วันนี้ขอซีเรียสนิดนึงนะคะ
.
.
ขอใช้พื้นที่บล๊อคทำความเข้าใจกับผู้ที่ "กำลัง" หรือ "กำลังจะ" เรียกใช้บริการสถาปนิก เพื่อให้เข้าใจขอบข่ายงานของสถาปนิกทั่วไป .... อาจจะตอบข้อสงสัยกับท่านๆ ได้บ้าง
(อันเนื่องมาจากความอึดอัดส่วนตัว)
.
.
หลักการขอสถาปนิกก็คือ การออกแบบพื้นที่ใช้สอยต่างๆ ให้เหมาะสมตามแต่เจ้าของโครงการต้องการ รวมถึงการให้คำแนะนำที่ถูกต้อง ด้วยหลักวิชาการ จรรยาบรรณ และงบประมาณของเจ้าของค่ะ
ซึ่งงานขอสถาปนิก แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ผู้ออกแบบ และควบคุม โดยผู้ออกแบบกับผู้ควบคุมงานก่อสร้างอาจจะเป็นคนเดียวกัน หรือคนละคนก็ได้ค่ะ โดยทั่วไปจะเป็นทั้ง 2 อย่างค่ะ โดยเฉพาะในส่วนงานสถาปัตยกรรม (เกี่ยวกับความงามโดยเฉพาะ)
.
.
โดยทั่วไป ก่อนจะเริ่มต้นทำงาน นอกจากรับทราบรายละเอียด ความต้องการต่างๆ ของลูกค้า (เจ้าของโครงการ) แล้ว ....สิ่งที่ต้องถามเป็นอย่างแรก คือ งบประมาณ ว่ามีเท่าไหร่ เพื่อใช้เป็นหลักในการออกแบบและกำหนดวัสดุ รวมถึงการเผื่อสำหรับอัตราค่าบริการวิชาชีพสถาปัตยกรรม (ค่าออกแบบ) ซึ่งอาจจะแยกหรือรวมกับค่าบริการของวิศวกร และค่าดำเนินการ (ขอนุญาต etc.) อีกด้วย ขึ้นอยู่กับระเบียบหรือข้อตกลงระหว่างสถาปนิกกับเจ้าของโครงการค่ะ
.
.
จากนั้นก็จะมีการเซ็นต์สัญญา .... ซึ่งสัญญา ไม่ใช่แค่หลักฐานว่าคุณลูกค้าต้องจ่ายเงินตามกำหนด หากแต่เป็นการควบคุมมาตรฐานและระยะเวลาการทำงานของสถาปนิกด้วย ทำงานไม่ดี ไม่ตรง ล่าช้า มีสิทธิ์ถูกปรับนะคะ
ในสัญญา ก็จะระบุอัตราค่าบริการ ซึ่งจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ตามแต่ขนาดและรูปแบบของงาน ตาม พรบ. การปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรม ซึ่งถ้าเป็นงานสร้างใหม่ ค่าบริการก็จะถูกกว่างานปรับปรุงต่อเติมอาคาร เพราะง่ายกว่า ส่วนค่าก่อสร้างสูง เปอร์เซ็นต์ค่าบริการก็จะน้อยกว่าอาคารราคาย่อมลง....
.
.
.
ลูกค้าหลายๆท่าน อาจจะคิดว่า ร่างๆ ลวกๆ สเก็ตช์ๆ ไม่เห็นมีอะไรเลย เขี่ยๆ วันเดียวก็ได้....
.
.
ขอบอกว่า..... ไม่ได้ค่ะ
.
.
การทำงานของสถาปนิก ใช้หลักวิชาการนะคะ ไม่อย่างงั้นจะเรียนไปมากมายทำไมตั้ง 5 ปี.....
การสเก็ตช์ เป็นแค่วิธีนำเสนอแนวคิดเบื้องต้นค่ะ ... ซึ่งกว่าจะมาเป็นเขี่ยๆ ที่ว่า.... คิดมาแล้ว 5 วัน ....เขียนมาแล้วหลายรอบ แก้แล้ว แก้อีก กว่าจะได้แผ่นที่ส่งไป
.
.
แต่งานทั้งหมด ไม่ได้จบที่การสเก็ตช์นะคะ นั่นแต่เริ่มต้นและปรับแบบจนเป็นที่พอใจของลูกค้าและมีความเข้าใจตรงกันกับผู้ออกแบบ
งานทั้งหมดคือการทำแบบโดยละเอียด การเลือก ระบุวัสดุ ตามมาตรฐานและราคาที่ลูกค้ารับได้ สี การติดต่อวิศวกรระบบต่างๆ เพื่อให้ช่วยในการออกแบบ รวมถึงการประมาณราคาโดยละเอียด ที่เรียกว่า BOQ(ซึ่งก่อนระบุก็ต้องคอยคำนวณคร่าวๆ ตลอดว่าต้องรักษางบประมาณที่ตั้งไว้)
.
.
.
แล้วก็เป็นขั้นตอนการขออนุญาต ซึ่งตรงนี้ ต้องใช้ความรู้ด้านกฎหมาย ข้อบังคับต่างๆ ตั้งแต่ได้รับมอบหมายงานแต่ละชิ้นแล้วนะคะ เพื่อให้การออกแบบถูกต้องตามข้อบัญญติท้องถิ่นต่างๆ และงานส่วนที่คิดค่าบริการออกแบบจบที่นี่ค่ะ
.
.
จากนั้นก็จะมีการประมูลงานก่อสร้าง โดยผู้รับเหมาแต่ละราย ซึ่งBOQ ที่สถาปนิกประมาณ คือราคากลาง ดังนั้นผู้รับเหมาที่เหมาะสม คือ คนที่สามารถเสนอราคาได้ไกล้เคียงมากที่สุด หมายความว่า จะต้องไม่ถูกเกินไป ไม่แพงมากเกินไป แต่ส่วนใหญ่จะมากกว่า BOQ ที่ประมาณไว้ เพราะมีการบวกกำไรเพิ่ม อันเป็นเรื่องปกติค่ะ แค่อย่าให้เยอะไปก็พอ (ตรงนี้ตามแต่ลูกค้าว่า มีผู้รับเหมาที่ไว้ใจกันอยู่แล้วหรือไม่นะคะ )
.
.
.
เมื่อตกลงเลือกผู้รับเหมากันได้แล้ว ก็ปฏิบัติการก่อสร้างค่ะ
โดยจรรยาบรรณ สถาปนิกเองก็ต้องควบคุมงานก่อสร้างส่วนสถาปัตยกรรมให้เป็นไปตามที่ออกแบบ ซึ่งบางส่วน จะไม่ตรง 100% เพราะต้องมีการปรับแบบหน้างาน ซึ่งการควบคุมตรงนี้เป็นคนละส่วนกับโฟร์แมนนะคะ เพราะสถาปนิกไม่ได้ควบคุมคลอด คุม หรือตรวจสอบเฉพาะงานสถาปัตยกรรมเท่านั้น
เห็นไหมคะ ว่า แม้จะออกแบบจนเสร็จ ในขั้นตอนเทคนิคการก่อสร้างยังมีอุปสรรค ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทำให้อาคารที่สร้างแล้ว ถึงจะมีแบบที่ถูกต้อง แต่การก่อสร้างก็ไม่ตรง ดังนั้น อัตราค่าบริการออกแบบปรับปรุง ต่อเติม จึงสูงกว่าการออกแบบอาคารสร้างใหม่เล็กน้อย เพราะต้องคำนึงหลายอย่างค่ะ
.
.
.
ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นขั้นตอนการทำงานของสถาปนิกคร่าวๆ มากๆ นะคะ ....
.
.
.
คราวหน้าจะพูดถึงบทบาทของสถาปนิก กับผู้รับเหมาค่ะ........ เจ็บใจมากอันนี้......