Arch-ticles

จริงๆเนี่ย บล๊อกเรื่องนี้เขียนมาหลายรอบแล้ว แต่ว่า ไหนๆ ย้ายมาบ้านใหม่ ขอแปะอีกรอบละกัน .... เข้ากับวันแห่งความรักพอดี ...เจ้าคุสะ..........อ่านหลายรอบแระ ก็อย่าบ่นละกันน่อ

แปะขึ้นไดอารี่ครั้งแรก ปี 2004 ...ก็นะ... 3 ปีมาแระ ......ดังนั้นก็......บวกเวลาเพิ่มเอาเองนะก๊ะ

คุณๆ จำได้มั้ยคะ ว่าตอนที่คุณ"ง๊องแง๊ง" ที่สุดในชีวิต คุณทำอะไร อยู่กับใคร ที่ไหน??

จำได้ว่า เคยขี้อ้อนที่สุดในชีวิต ตอนประมาณ ปี 2..นานมากกกก . ที่จำได้เพราะปกติ ไม่ชอบอ้อน . และไม่ชอบคนขี้อ้อน ..แถมใครมาอ้อนใกล้ ๆ จะมีอาการคันไม้คันมือ.. อยากดีด มันไปไกลๆ

ต่อไปนี้จะเล่าถึงตราบาปอันเป็นหลุมดำในชีวิตดีกว่า ..

คือ เมื่อตอนอยู่ปี 2 เริ่มชอบแซ่บ** มาได้พักใหญ่ๆ แล้ว. ช่วงปลายปีเนี่ย ก็มีประเพณีที่จะต้องไปช่วยปู่รหัส ทำ thesis . ช่วงนั้นดิชั้นก็ไป๊ ไป. ไปมันทุกวัน อดตาหลับขับตานอนราวกับเป็นงานของตัวเอง เพราะมีแม่เหล็กดึงดูด (อันได้แก่ แซ่บ นั่นเอง) . ใกล้วันส่งงานแล้ว เราก็ง่วงได้ที่ ประมาณ ตี 2 กว่าๆ ก็นั่งอ่านการ์ตูนเล่น แล้วก็เคลิ้ม จะหลับคา studio

โอ๊.. แล้วสวรรค์ก็โปรด.. แซ่บของดิชั้น. ปลุกชวนไปซื้อขนมด้วยกัน .. คิดดูสิค๊าาาา ตี 2 กว่า.. .ขี่มอเตอร์ไซค์ฝ่าความมืดไปซื้อขนมกัน สอง ต่อ สอง โฮ๊ะๆๆๆๆๆๆๆๆ.

ทุกวันนี้ยังเจ็บใจไม่หาย ถ้าไม่มัวแต่เคลิ้มแผ่นหลังของแซ่บ (ขณะซ้อนท้าย) . เค้าคงตกเป็นของดิชั้นไปแร้ววว ป่าก็ป่า มืดก็มืด แถมไปกันแค่ 2 คน... แต่โชคเป็นของแซ่บถึง 2 ต่อ ต่อแรกคือความที่ดิชั้นไม่ทันนึกว่าจะใช้กำลังขืนใจ (อ้าว......นังคนนี้...หื่นนนนน) ต่อที่สอง รถของแซ่บไม่มีกระจกหน้า เลยไม่เห็นถาพอุจาด ที่ดิชั้นแอบมองแผ่นหลังของเค้าอย่าง กระเหี้ยนกระหายกระหือรืออออออ (ขอบคุณอาจารย์ภาษาไทยตอนม.2 ที่ให้ศัพท์สุดลึกคำนี้มา)

ครั้นพอถึงเซเว่นอีเลฟเว่น . ก็ช่วยกันเลือกขนมว่า เอาอะไรบ้าง ให้ครบงบฯ 100 บาทที่ปู่รหัสให้มาซื้อของกินเพื่อแบ่งปันกันในสายรหัสที่มาช่วยทำงาน.

ฉับพลันนั้นเอง ดิชั้นก็เหลือบไปเห็นของเล่นชิ้นนึง (นึกออกมั้ยคะ ในเซเว่นจะมีมุมนึง ขายพวกขนมคุณหนูและแอบมีของเล่นโง่ๆ วางขายด้วย) มันคือ มือค่ะ.. มือที่กำอยุ่และมีนิ้วชี้ยื่นออกมา มีก้านๆ ที่พอกดปุ่มตรงก้านแล้วจะกระดกๆ อ่ะ . ตามภาพ


โอ้ม่ายยยยย.. แล้วด้วยเหตุอะไรไม่อาจทราบได้ ผีติงต๊องเข้าสิงล่ะมั้ง.

ดิชั้นก็หยิบไอ้มือที่ว่าขึ้นมา. (โปรดนึกภาพตาม) สบสายตาหวานเชื่อมปนโหลเพราะไม่ได้นอนมาหลายวัน กดให้มันกระดกๆ ไปทางนู้นที ทางนี้ที พร้อมกับพูดเสียงแง้วๆ แร่ดๆ ที่สุดในชีวิตว่า

เอาอันนี้ เอาอันนี้ เอาอันนี้...................................

เงียบบบบบบบ!!!!

เอ๊ะ.....หรือว่า.. ปุ่มๆที่กดไปเมื่อกี้เป็น ปุ่มหยุดเวลา. บรรยากาศเซเว่นตอนตี 2 กว่าๆ ก็เงียบอยู่แล้ว นี่ยิ่งนิ่ง ราวไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย..

อึ้งสิครับ แซ่บของเรา ตะลึงงัน มองกลับมาด้วยตาที่โหลเท่ากัน แต่แกก็ไม่ว่าอะไร แถไปซื้อดังกิ้นโดนัทที่ตู้. อันเดียว เกือบร้อย แล้วชวนกันกลับ

กรี๊ดดดด.. ไม่จริงงงงง. พูดอารายออกไปปปปป.. พี่คะๆ .. ช่วยกดปุ่ม delete ความทรงจำช่วงนี้ออกไปได้มั้ยคะ ทุกวันนี้ยังสงสัยว่า.. เฮ้ย ทำไปได้ไงฟะตรู.แงๆๆ. หลุมดำของชีวิตช้านนนนน

อย่างไรก็ตาม. วันนั้นก็มีความสุขที่สุดในชีวิตแอบแซ่บ โฮ่ๆๆ.. เพราะไม่มีโอกาสได้อ้อนแกซักเท่าไหร่ เจอกันต่อหน้าคนอื่นต้องห้าวเข้าไว้ (เดี๋ยวมีคนสงสัย) . แต่ว่าๆ.. คงไม่มีโอกาสแบบนั้นอีกแล้วอ่ะ. อืดซะขนาดนี้ เจอกันแกคงลืมตัว เตะดิชั้นกลิ้งขลุกๆ เพราะนึกว่าเป็นลูกบอลอ่ะ



**หมายเหตุ 1 แซ่บ เป็นศัพท์เฉพาะกลุ่มเพื่อน หมายถึง คนที่เราชอบ.... มันมีที่มาค่ะ .... วันหนึ่งเพื่อนเรานั่งกินก๋วยเตี๋ยวเผ็ดๆ ร้อนๆ อยู่... มีสาวที่มันชอบเดินผ่าน มันก็กินไป มองไป..... พลางพูดว่า แซ่บอีหลี ...คือ ถ้าได้มองคนที่เราชอบไปด้วย กินกะไรก็อร่อย ----- ถ้า แซ่บ = ชอบ.... ดังนั้น แอบแซ่บ = แอบชอบ นะคะ....หมายเหตุนี้เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน

**หมายเหตุ 2 แซ่บคนนี้ ทำให้เราเขียนไดอารี่ที่มีแต่ความทรงจำดีๆ ตลอดเวลาที่เรียนที่ขอนแก่น จนหมดเล่มเป็นครั้งแรกในชีวิต (และยังไม่สามารถทำอย่างนั้นได้อีกเลย)....... หยิบมาอ่านทีไรก็นะ...... ยิ้มมมมม ไม่หุบ.... (ขำความเป็นเด็กน้อยของตัวเอง.....เอ.....จะเรียกว่าความรัก(ข้างเดียว) ครั้งแรกได้มั้ยนะ?)