Micheal Jackson เลี้ยงฉันมา

posted on 03 Jul 2009 09:31 by archmania  in What-a-Life

เกือบสัปดาห์แล้วที่โลกสูญเสียนักร้องในตำนานไป

ที่จริงต้องบอกว่า 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาโลกสูญเสียบุคลลาสำคัญในโลกมายาไปหลายคน ทั้งฟาร่า ป๋าไมค์ และล่าสุด อาดี๋.... ตลกในตำนานของเมืองไทย

.

ข้าพเจ้าขอละฟาร่า เนื่องจากเกิดไม่ทัน ไม่รู้จัก และอาดี๋ เนื่องจากยังแบล็งค์ ไม่รู้จะเขียนอะไร (พาลจะกลายเป็นเศร้าหากนึกถึงเรื่องของตัวเอง) ...ดังนั้น ....หลังจากที่ประมวลเนื้อสมองสองติ่งทื่ยังเหลือจากการโหมทำงานประกันคุณภาพ (วันนี้ตรวจเสร็จแล้วค่ะ กำลังจะได้เป็นไทจากงาน แต่กำลังจะเป็นทาสแม่อีกครั้ง) ขอเล่าว่าป๋าไมค์ เลี้ยงฉันมาอย่างไร

.

.

คนยุคเดียวกับข้าพเจ้า น่าจะโตมากับเจ๊มาดอนน่าและป๋าไมค์ ผู้ได้ชื่อว่า The King and Queen of Pop ทั้งคู่ ข้าเจ้าเองเมื่อเริ่มหัดฟังเพลงฝรั่ง นอกจากเพลงรุ่นๆ พ่อที่กระหน่ำเปิด ก็มีเพลงของป๋าไมค์นี่แหละค่ะ ... ทั้งเพลงจรรโลงโลกที่มีศิลปินหลายคนร่วมร้องอย่าง We are the World ... เพลงประกอบหนังปลาวาฬ Free Willy อย่าง Will you be there.. 

ช่วงปี 2536 ที่ป๋าแกมาเปิดคอนเสิร์ทที่เมืองไทย ตอนนั้นยังไม่ได้รับอนุญาตไปดูค่ะ ... กลัวที่ที่มีคนเยอะๆ แต่อัลบัมนั้นคนไทยน่าจะรู้จักมากที่สุด "Dangerous" ปีนั้นอาของข้าพเจ้าเพิ่งจบด๊อกเตอร์ กลับมาพร้อมซีดีเพลงนี้ที่ข้าพเจ้าขอยืมมาฟังแล้ว ฟังอีก ฟังแล้ว ฟังอีก.....

ฟังจนร้องได้ทุกเพลง สนุกที่จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากเพลง....

.

เทปคอนเสิร์ต World Tour ในอัลบัมนั้นถูกฉายวนไปเวียนมาใน UBC  ข้าพเจ้าที่ไม่มีโอกาสไปดูเมื่อครั้งมาเมืองไทย ก็ได้แต่ดูจากในจอ..... รู้สึกเวทนาแฟนเพลงที่คลั่งไคล้ป๋าจนร้องไห้ออกมาเหมือนพ่อมันป่วย... เป็นลมล้มตึง ... อะไรต่อมิอะไร...

แต่ในความเวทนานั้น... มันสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของศิลปินในตำนานคนนี้

.

ป๋าไมค์โด่งดังตั้งแต่เมื่อไหร่ ข้าพเจ้าไม่รู้ค่ะ ... รู้จักอีกทีก็ต่อเมื่อเป็นราชาเพลงป๊อปแล้ว .. ยิ่งเข้ามาเมืองไทย ยิ่งได้เรียนรู้เรื่องราวของเค้ามากขึ้น   ทั้งเทปคอนเสิร์ต ทั้งหนังอัตชีวประวัติของวง Jackson Five ที่ทำให้เรารู้ว่า ป๋าไมค์ผ่านความยากลำบากในการดำรงชีวิตอย่างไรบ้าง

.

.

ความที่พ่อเคี่ยวเข็ญให้ทำงานเป็นนักร้องตั้งแต่เด็ก .... ชีวิตเด็กๆ ที่เรามักจะเฮฮาปาจิงโกะ เอาไม้ตีล้อจักรยาน เล่นปืนก้านกล้วย โดดน้ำแม่กลองจากขอนไม้ผุๆ ริมตลิ่ง (ไม่ใช่และ).... ทำให้ป๋าโหยหาความสุขแบบเด็กๆ

เคยได้ยินใครบางคนพูดว่า "อย่าเอาสิ่งที่เรารักมาทำเป็นงานหาเลี้ยงชีพ" เพราะเมื่อใดก็ตามที่เราถูกกดดัน บังคับ ให้ทำอะไรซักอย่างแม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่เรารัก ... เราก็จะไม่มีความสุข ...เว้นแต่ว่าเรายิ่งรักยิ่งทำ และยิ่งทำยิ่งรัก

.

นอกจากนั้น การที่ผุ้คนบนโลกที่ปากว่าตาขยิบ เรื่องการยอมรับในความแตกต่างโดยไม่แตกแยก หรือการนับหน้าถือตาคนหน้าตาดีเสมอนั้น ..ส่งผลกับอารมณ์โดยตรงกับคนที่"ถูกอุปโลกน์"ว่าด้อยกว่า ...

ทั้งที่ไมเคิล จอร์แดน, แดนเซล วอชิงตัน, วิล สมิธ ก็โคตรหล่อในแบบคนดำ.... แต่มันก็ไม่อาจเยียวยาแผลใจของของป๋า ที่มันคงจะฝังหยั่งลึกจนถอนออกมาไม่ได้ตั้งแต่ยังเด็ก...

ไม่แปลกใจเลยที่เมื่อป๋ามีรายได้ล้นหลามพอที่จะกางปีกบินหนีพ่อที่แสนเคี่ยวเข็ญเข้มงวดออกมาได้ ถึงสร้าง Never Land ขึ้นมา....

"ดินแดนในจินตนาการ..." ของเขา

.

และก็ไม่แปลกใจที่เค้าพยายามเปลี่ยนสีผิวและทำศัลยกรรมครั้งแล้วครั้งเล่า

เพื่อให้สังคมยอมรับ..... เพื่อให้เค้าเป็น "คนขาว" ที่ "คนขาว" ยอมรับ

.

ถ้าเป็นข้าพเจ้า ... คฤหาสน์สำหรับเด็กแบบนั้นคงไม่อยู่ใน check list สิ่งที่อยากใช้เงินถลุงซื้อมา ... แต่มันคงกลายเป็นปราสาทเก่าๆ ในยุโรป ... ที่มีแค่สระว่ายน้ำ สนามกอล์ฟ และฮาเร็มปู้จาย ...สำหรับชั้นคนเดียว (ไม่เกี่ยวใคร) เป็นแน่

.

.

แต่เรื่องตุ่ยเด็ก.... ข้าพเจ้าไม่รู้จริงๆ ว่าเกิดจากอะไร แต่คงมีปมอะไรบางอย่างอีกเป็นแน่ที่สังคม ครอบครัว ความกัดดันในสมัยนั้นยัดเยียดใส่หัวเค้า

.

"ไม่เคยพอใจในตนเอง.... แม้ว่าจะมีมากกว่าคนอื่นหลายล้านเท่า"

ป๋าไมค์เค้าสอนชั้นมาอย่างนั้น

.

.

โชคดีเหลือเกิน...ที่ข้าพเจ้าไม่มีอย่างเค้า เลือกเปลี่ยนไม่ได้อย่างเค้า ทุกสิ่งที่อยากได้ล้วนต้องมาจากความพยายามของตนเองทั้งนั้น ไม่มีอะไรได้มาด้วยเงิน.... ถือถ้ามีก็ไม่มีปัญญาหาเงินมากขนาดนั้นได้

ข้าพเจ้าเลยถูกฝึกให้ยอมรับและอยู่กับตัวเองให้ได้ พึ่งพาคนอื่นให้น้อย ... มีความสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ตามวิถี... แต่นั่นคือธรรมดาของโลก

.

ขอบคุณศาสนาพุทธ ที่สอนให้เรายึดทางสายกลาง.... ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ... แต่ก็เข้าใจโลกมากขึ้นตามอายุ ...

.

ขอบคุณ...พ่อแม่

ที่อนุญาตให้หนูเกิดมาเรียนรู้โลก

.

.

.

ขอบคุณป๋าไมค์

ที่สอนให้หนูรู้ว่า

"ถ้าไม่รู้จักพอ ....มันจะไม่พอ ไม่มีวันพอ และต้องกระเสือกกระสนสู้กับความไม่พอนั้น.....จนวันสุดท้ายของชีวิต"

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หนูเพิ่งอ่านอีกเอนทรีนึงมาเมื่อวานว่าที่เค้าเปลี่ยนสีผิวเพราะว่าเป็นโรคพุ่มพวงอ่ะพี่อั๊ค
อันนี้ก็ไม่รู้ข้อเท็จจริงแท้อย่างไร แต่ตอนแรกก็รู้มาเหมือนพี่อั๊คเล่านี่แหละ

#1 By iDoi* on 2009-07-03 10:15

^
^
ไม่รู้เหมือนกันน้องด้อย
ข้อมูลของพี่อาจจะผิด
.
.
จริง ไม่จริงไม่รู้เลย
แต่สาระมันอยู่ที่พี่เรียนรู้อะไรจากเรื่องของเค้าที่พี่ได้ยินมาน่ะbig smile

#2 By ArchmaniaC on 2009-07-03 10:17

เข้าใจโลกมากขึ้นตามอายุ

อาฮุ อาฮุ

open-mounthed smile

ปล. ได้ยินมาตายเม้นท์น้องด้อยเหมือนกันอ่ะ

#3 By WhiteMapleS on 2009-07-03 10:24

แม่ชั้นก็ SLE นะ...โรคพุ่มพวง
angry smile

#4 By ArchmaniaC on 2009-07-03 10:25

เลี้ยงโดยไม่เลี้ยง ... confused smile

#5 By n h e p h e x on 2009-07-03 10:48

เรียนรู้กันไปbig smile

#6 By V@R on 2009-07-03 10:58

คนยุคเดียวกับข้าพเจ้า น่าจะโตมากับเจ๊มาดอนน่าและป๋าไมค์
sad smile เราท่าทางจะยุคเดียวกัน...like a virginquestion

#7 By ยายแม่บ้าน on 2009-07-03 11:36

เรื่องสีผิวนี่ป๋าแกป่วยอ่ะ แต่เรื่องไม่เคยพอนี่เต็มที่จริงๆ

#8 By XEGXEF on 2009-07-03 12:29

เศร้า

#9 By berserkrabbit on 2009-07-03 13:13

เข้ามาแก้ต่างครับ

http://www.youtube.com/watch?v=B6xJlyJgfS8

big smile

ปล. อุ๊ย! เรายุคเดียวกันเลย open-mounthed smile

#10 By Seam - C on 2009-07-03 13:23

ฮ่าๆ นั่นสิคะ ถึงหนูจะเป็นน้องพี่อั๊ค
แต่ก็โตมาได้ยินเสียงเพลงของป๋าไมค์เช่นกัน

พอแกไม่อยู่ ก็ อึ้งไปหน่อย เหมือนคนที่เรารู้จักหายไปsad smile

#11 By Variety-Phet on 2009-07-03 13:44

รับทราบค่ะ สรุปว่าป่วยชิมิ?

#12 By ArchmaniaC on 2009-07-03 14:26

ความจริงไมเคิลน่าสงสารนะอั๊ค

มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก sad smile
ตอนที่ไมเคิลมาไทยตอนนั้นผมยังอยู่แค่ ป.2 เองฟังก็ยังฟังไม่รู้หรอกแต่รู้อย่างเดียวว่าป๋าแกดังมากมายขนาดเด็กเจ็ดขวบอย่างเรายังรู้เลยcry

#14 By varu on 2009-07-03 16:20

ร่วมไว้อาลัยให้ไอดอลแห่งยุคครับ

ช่วงปีที่ป๋ามาแสดงคอนเสิร์ทบ้าซื้อเทปป๋ามาก ทั้งเก่าใหม่

ขนาดตอนนั้นยังเด็กอยู่ ยังสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของป๋า และท่าลูบเป้าในตำนาน

เพราะทั้งบ้านบ้าไมเคิล 555+

#15 By Faris Cassidy on 2009-07-03 17:14

เอ๊า...เกิดยุคเดียวกัน cry

เห็นด้วยสุด ๆ "ถ้าไม่รู้จักพอ
..มันจะไม่พอไม่มีวันพอ..."

big smile big smile big smile

#16 By Nong-Takrai on 2009-07-03 18:58

ครั้งแรกที่แจ๊กโก้ทำศัลยกรรมเพราะเล่นโฆษณาเป็ปซี่ แล้วเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้บริเวณใบหน้าไปด้านหนึ่ง เมื่อทำศัลยกรรมแล้ว ออกมาไม่ดีเหมือนเดิม
เหตุผลที่แจ๊กโก้ตัดสินใจทำศัลยกรรมหลายต่อหลายครั้งอาจเป็นเพราะเหตุนี้big smile

#17 By แมงกลิ้งขี้ on 2009-07-03 19:34

เท่าที่รู้คือ คุณไมเคิล แกป่วย เป็นกระขาว (ไม่รู้เรียกงี้เป่านะ)
จากการที่เม็ดสีทำงานผิดปรกติ

แต่ก็ไม่ได้เป็นทั้งตัว

สุดท้าย ไมเคิล เลยตัดสินใจ ฟอกไอ้ส่วนที่ยังดำอ%

#18 By ChimERaTeDdY on 2009-07-03 19:38

เท่าที่รู้คือ คุณไมเคิล แกป่วย เป็นกระขาว (ไม่รู้เรียกงี้เป่านะ)
จากการที่เม็ดสีทำงานผิดปรกติ

แต่ก็ไม่ได้เป็นทั้งตัว

สุดท้าย ไมเคิล เลยตัดสินใจ ฟอกไอ้ส่วนที่ยังดำอยู่ให้ขาวทั้งตัว (แม่ง)เลย ด้วยเงินมหาศาล


ผมว่า เค้าเป็นคนที่น่าสงสารนะ
ผมเข้าใจเค้าเลย กับ never land
และเรื่องตุ๋ยเด็ก


ป๋าไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกอย่างหงอยเหงา
และไม่ได้จากไปอยากผู้แพ้

แต่มีอีกหลายคนบนโลกที่ เข้าใจป๋าแม้ป๋าจะไม่รู้
และป๋าเป็นผู้ชนะแล้ว ต่ออคติของคนที่เคยเหยียดหยามป๋า เพราะคนเกินครึ่งโลก รักป๋า

#19 By ChimERaTeDdY on 2009-07-03 19:40

ชีวิต..

#20 By wesong on 2009-07-03 20:03

the legend

#21 By loft on 2009-07-03 22:18

เศร้้า

#22 By b-padung Studio on 2009-07-03 22:48


ดำ กับ ขาว มันก็ยังเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญอยู่ดี



...


ชีวิต ไมเคิล

ยิ่งสูงยิ่งหนาว หรือเปล่า ? .. น่าจะประมาณนั้นนะครับ

#23 By ... on 2009-07-04 03:10

ขอบคุณ จขบ สำหรับ คำสอนดีๆครับbig smile

#24 By Kuroiketaro on 2009-07-04 06:50