ตอบปัญหาสถาปนิกมือใหม่
posted on 09 Feb 2009 12:33 by archmania in Arch-ticles, Behind-Design-Schoolมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ ที่บล็อกของข้าพเข้ามีประโยชน์พอที่จะมีคน(ตาถึง) เห็น
.
มีน้องคนนึงเข้ามาฝากคำถามไว้ที่กล่องตะโกน ด้านข้างนี้ --->
สอบถามเกี่ยวกับเรื่องการเลือกสายเรียนด้านสถาปัตยกรรม ..ว่ามีผลต่อการประกอบวิชาชีพอย่างไร
.
เอามาแปะซื่อๆ เลยนะคะ ...กรุณาอ่านจากข้อความข้างล่่างก่อนค่ะ ...มันเรียงจากล่างขึ้นบน...
"
- Details
- 2009-02-07 1:48 PM
- #
- Details
- 2009-02-07 1:47 PM
- #
"
.
.
จริงๆ ได้ตอบในกล่องตะโกนไปแล้ว แต่เห็นว่ารายละเอียดค่อนข้างเยอะ และน่าจะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ที่มีความสนใจที่จะทำงานเป็นสถาปนิกในอนาคต ว่าช่องทางที่เรากำลังจะเดินไปนั้นมีผลต่อการทำงานเป็นสถาปนิกของเราอย่างไรบ้าง
.
หมายเหตุล่วงหน้าว่า สาระสำคัญทั้งหมดที่จะพูดถึงต่อไปนี้เป็นข้อมูล ณ ปัจจุบันนะคะ ซึ่งมันก็คงจะมีการปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในอนาคตเพื่อมาตรฐานการประกอบวิชาชีพสถาปนิกของไทยต่อไป ต้องคอยติดตามค่ะ
.
.
ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนว่า วิชาชีพสถาปนิกในประเทศไทย เป็นวิชาชีพควบคุม นะคะ ..หมายความว่า เป็นอาชีพที่มีการสงวน คุ้มครอง สำหรับคนไืทย... มีความข้องเกี่ยวกับชีวิตและทรัพย์สินของผู้คน การทำงานต้องมีความรอบคอบ ระมัดระวังในรายละเอียด และต้องมีมาตรฐาน ต้องมีใบอนุญาตประกอบวอชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม เหมือนวิชาชีพแพทย์ที่ต้องมีใบประกอบโรคศิลป์
สถาปนิกในเมืองไทยก็มีชนชั้นวรรณะ โดยประเภทของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทั้งหมดทั้งมวล มี 3 ระดับค่ะ
.
สถาปนิกมือใหม่ รุคกี้..... เราเรียกสถาปนิกประเภทนี้ว่า "ภาคีสถาปนิก" ค่ะ
อันนี้แม่นค่ะ เพราะข้าพเจ้าเองก็เป็นวรรณะนี้เหมือนกัน
...ภาคีสถาปนิกจะสามารถออกแบบอาคารที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันตั้งแต่ 150 - 1000 ตารางเมตร และสูงไม่เกิน 15 เมตร... ถ้าความสูงต่อชั้นประมาณ 3 เมตร ก็จะสูงไม่เกิน 5 ชั้นค่ะ
ปัจจุบันมีภาคีสถาปนิกทั้งหมดในเมืองไทยประมาณ 20,000 คน ค่ะ
.
ทำงานมาซักระยะ มีผลงานที่สร้างเสร็จแล้วเป็นอาคารที่ใช้สอยต่างกัน 3 ประเภท ... ทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี (หรือสามปีเนี่ยแหละ จำไม่ได้) ก็ทำเรื่องขอเลือนวรรณะ เป็น "สามัญสถ่าปนิก"ได้ โดยต้องมีการสัมภาษณ์ (และต้องสอบ ในกรณีเป็น สาย ค....ซึ่งจะอธิบายต่อไป)
สามัญสถาปนิก ก็สามารถทำงานในขอบเขตที่กว้างกว่าภาคีเยอะเหมือนกัน ( แต่ข้าพเจ้าไม่ค่อยแม่นข้อมูลนะคะ หาข้อมูลได้เมื่อไหร่จะเอามาแปะค่ะ ) ปัจจุบันมีประมาณ 2,000 คน สัดส่วนประมาณ 1:10 เมื่อเทียบกับภาคี
ไม่ใช่สามัญเป็นยากนะคะ แต่สถาปนิกบางท่านก็พอใจที่จะเป็นภาคี สบายใจดี เพราะงานสเกลใหญ่ๆ จริงๆ ก็หาทำได้ยากหากไม่ได้อยู่ในองค์กรใหญ่ๆ ที่มีแรงไปประมูลงานมาจริงๆ
.
วรรณะสุดท้ายคือ "วุฒิสถาปนิก"
วุฒิ ก็กรณีคล้ายๆ กัน คือ ต้องเป็นสามัญ ที่มีจำนวนชั่วโมงบินและผลงาน ... น่าจะซัก 10 ปีนะ ไม่แน่ใจเลย... เอาเป็นว่า ต้องอาวุโสทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิแหละค่ะ ...สามารถเป็นที่ปรึกษาโครงการใหญ่ๆ ได้
ปัจจุบันมีวุฒิิสถาปนิกประมาณ 300 คนค่ะ (น้อยไปใหญ่)
.
.
ทีนี้สำหรับคำถามของน้อง HardCamo
เรื่องเลือกเรียนโรงเรียนช่างสายสถาปัตย์
.
สถาปนิกในเมืองไทยเรา นอกจากมี 3 วรรณะแล้ว ยังแบ่งออกเป็น 3 สาย ตามวุฒิที่จบมาด้วยนะคะ
สาย ก. คือพวกที่จบปริญญาสถาปัตยกรรมโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น ตรีหรือโท ได้แก่ สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต (สถ.บ.) , สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (สถ.ม.) คนที่เรียน 5 ปีตามปกติ หรือถ้าหลักสูตรพิเศษอื่นๆ เช่น ที่มธ. 4+2 (เรียนแค่ 4 ปีจะได้ วท.บ (วิทยาศาสตรบัณฑิต) ถ้าต่ออีก 2 ปีจะได้ สถ.ม.) นั่นก็นับเป็นสาย ก. ค่ะ
หรือในกรณีที่เรียนต่อเนื่อง เช่น จบ ปวส. แล้วต่อเนื่อง 2 ปีจนได้ สถ.บ. เรานับเป็นสาย ก. ค่ะ
.
สาย ข. คือพวกที่จบ คอ.บ. (ครุศาสตร์อุตหกรรมบัณฑิต) สายก่อสร้างหรือสถาปัตยกรรม ค่ะ
.
สาย ค. คือพวกที่จบสายอาชีวะ ปวช. ปวส. ด้านสถาปัตยกรรม หรือที่น้องกำลังจะเรียนนี่แหละค่ะ
.
.
แล้วไอ้สามสายนี้ต่างกันยังไง
.
ต่างกันตรงที่ สาย ก. เมื่อเรียนจบแล้วมีสิทธิ์ที่จะสามารถสมัครสอบขอรับใบอนุญาตได้เลยโดยตรง
ส่วนประเภท ข และ ค. ต้องมีชั่วโมงบินค่ะ ทำงานมา 5 ปีแล้วถึงจะสมัครสอบได้
.
วิชาที่สอบทั้งหมด 7 วิชาค่ะ
.
ข้อเขียน 6 วิชา ได้แก่
พื้นฐานทางสถาปัตยกรรม
โครงสร้างอาคาร
วัสดุและวิธีการก่อสร้าง
งานระบบอาคาร
ปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรม
ออกแบบสถาปัตยกรรม
.
ส่วนวิชาที่ 7 ต้องผ่านทั้ง 6 วิชาข้อเขียนก่อน จึงจะสามารถสอบวิชานี้ได้ คือ "สัมภาษณ์"
.
.
สำหรับผู้ที่สอบไม่ผ่านทั้ง 6 วิชาข้อเขียน สามารถเก็บผลสะสมไปได้ 4 ปี โดยต้องลงทะเบียนสอบเพื่อรักษาสิทธิ์ทุกปีและสอบเฉพาะวิชาที่ยังไม่ผ่านได้ค่ะ แต่ถ้าเกิน 4 ปีแล้ว ผลสองที่เคยสอบผ่านทั้งหมดถือเป็นโมฆะ ต้องสอบใหม่ทั้งหมดค่ะ (ตรงนี้ก็มีความแตกต่างในรายละเอียดระหว่าง 3 สายอีกนะคะ ไม่พูดถึงในนี้ละกัน)
.
ดังนั้น สำหรับคำถามของน้อง HardCamo
เรื่องเลือกเรียนโรงเรียนช่างสายสถาปัตย์แล้วเกรงว่าจะปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรมไม่ได้นั้น
.
คำตอบคือ ..ทำได้ค่ะ ... เพียงแต่จะต้องเข้าช่องทางที่ต่างไปเท่านั้น
และอย่าลืมว่าสถาปนิกไม่ได้ทำงานเป็นนักออกแบบทุกคนนะคะ ยังมีงานในสายงานอื่นๆ ที่ต้องการความเชี่ยวชาญต่างกันไปอีก เช่น การประเิมินราคา การควบคุมงานก่อสร้าง project management , construction management ...หู๊ยยย...ตาแป๊ะก่าย
.
สนใจติดตามในรายละเอียด สามารถสืบค้นได้ที่
และ
สมาคมสถาปนิกสยาม ค่ะ
(จิ้มโลดดด)
.
.
แต่อนาคตที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคือ มาตรฐานของสถาปนิกจบใหม่เอง ที่ตอนนี้อีโก้สูงจนลืมไปว่าคู่แข่งเราเยอะเหลือเกิน.....
ต่อไปภายภาคหน้าน่าจะมีการเปิด FTA ...เขตการค้าเสรีที่สถาปนิกต่างชาติจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในเมืองไทย
.
เราคงต้องเตรียมกายและใจให้พร้อม เป็นทั้งสถาปนิกที่เก่ง เจ๋ง ขยัน และนิสัยดี...... ถึงจะสู้เขาได้
.
.
.
สถาปนิกใหม่คะ.....
อย่าทะนงตนไปนะคะ
.
การที่คุณทำตัวแย่ๆ ไม่สนใจระเบียบของสังคม (หรือแกล้งไม่สนใจ อยากลองของ อะไรก็แล้วแต่)
คุณกำลังตัดอนาคตของคุณ ด้วยเขี้ยวเล็บของตัวเอง.....
.
.
เห็นแล้วหดหู่ค่ะ.....
(เช็ด...บ่นไรวะ...........คันปาก แต่รอให้พ้นช่วงนี้ไปก่อนจะเล่าให้ฟังโดยละเอียด...ตอนนี้ยังเป็นความลับอยู่)
.
.
.
ปล. 1 จะบอกว่าตัวเลขต่างๆ สำหรับสาย ข.ค. และระดับสามัญกับวุฒิ อาจมีความคลาดเคลื่อนนะคะ ไม่แม่นตรงนี้เหมือนกัน ยังไงเข้าไปที่เว็ปสภาฯ หรือสมาคมฯ น่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนกว่า หรือถ้ามีเวลาหาข้อมูลที่ถูกต้องจะมาแก้เป็นตัวแดงให้ตามหลังละกันค่ีะ
ปล. 2 ...อ่า...คัน...ผื่นขึ้น......เขียนเอนทรี่มีสาระ.....อ่าาาา........แกร่กๆๆๆ...คัน........ผิดผีๆ

งานนี้สาระมาเน้นเลยนะครับบ

งานเข้าสิพี่
"เก่ง เจ๋ง ขยัน และนิสัยดี...... ถึงจะสู้เขาได้ "
ปล. หยอกเล่นนะตัวเอง
#1 By WhiteMapleS on 2009-02-09 13:35