มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ ที่บล็อกของข้าพเข้ามีประโยชน์พอที่จะมีคน(ตาถึง) เห็น

มีน้องคนนึงเข้ามาฝากคำถามไว้ที่กล่องตะโกน ด้านข้างนี้ --->

สอบถามเกี่ยวกับเรื่องการเลือกสายเรียนด้านสถาปัตยกรรม ..ว่ามีผลต่อการประกอบวิชาชีพอย่างไร

.

เอามาแปะซื่อๆ เลยนะคะ ...กรุณาอ่านจากข้อความข้างล่่างก่อนค่ะ ...มันเรียงจากล่างขึ้นบน...

"

  • HardCamo หรือว่าเรียนทางสายอาชีพจะสอบแข่งกับสายสามัญไม่ได้
    Details
    2009-02-07 1:48 PM
    #
  • HardCamo อยากรู้ครับว่าถ้าจะไปเรียนสายอาชีพสถาปัตยกรรมจะเป็นไงบ้างครับเพราะตอนนี้จะเข้าโรงเรียนช่างอะครับพอดีมีสถาตย์เลยเลือก
    Details
    2009-02-07 1:47 PM
    #
  • "

    .

    .

    จริงๆ ได้ตอบในกล่องตะโกนไปแล้ว แต่เห็นว่ารายละเอียดค่อนข้างเยอะ และน่าจะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ที่มีความสนใจที่จะทำงานเป็นสถาปนิกในอนาคต ว่าช่องทางที่เรากำลังจะเดินไปนั้นมีผลต่อการทำงานเป็นสถาปนิกของเราอย่างไรบ้าง

    .

    หมายเหตุล่วงหน้าว่า สาระสำคัญทั้งหมดที่จะพูดถึงต่อไปนี้เป็นข้อมูล ณ ปัจจุบันนะคะ ซึ่งมันก็คงจะมีการปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในอนาคตเพื่อมาตรฐานการประกอบวิชาชีพสถาปนิกของไทยต่อไป ต้องคอยติดตามค่ะ

    .

    .

    ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนว่า วิชาชีพสถาปนิกในประเทศไทย เป็นวิชาชีพควบคุม นะคะ ..หมายความว่า เป็นอาชีพที่มีการสงวน คุ้มครอง สำหรับคนไืทย... มีความข้องเกี่ยวกับชีวิตและทรัพย์สินของผู้คน การทำงานต้องมีความรอบคอบ ระมัดระวังในรายละเอียด และต้องมีมาตรฐาน ต้องมีใบอนุญาตประกอบวอชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม เหมือนวิชาชีพแพทย์ที่ต้องมีใบประกอบโรคศิลป์ 

    สถาปนิกในเมืองไทยก็มีชนชั้นวรรณะ  โดยประเภทของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทั้งหมดทั้งมวล มี 3 ระดับค่ะ

    .

    สถาปนิกมือใหม่ รุคกี้..... เราเรียกสถาปนิกประเภทนี้ว่า "ภาคีสถาปนิก" ค่ะ

    อันนี้แม่นค่ะ เพราะข้าพเจ้าเองก็เป็นวรรณะนี้เหมือนกัน 

    ...ภาคีสถาปนิกจะสามารถออกแบบอาคารที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันตั้งแต่ 150 - 1000 ตารางเมตร และสูงไม่เกิน 15 เมตร... ถ้าความสูงต่อชั้นประมาณ 3 เมตร ก็จะสูงไม่เกิน 5 ชั้นค่ะ

    ปัจจุบันมีภาคีสถาปนิกทั้งหมดในเมืองไทยประมาณ 20,000 คน ค่ะ

    .

    ทำงานมาซักระยะ มีผลงานที่สร้างเสร็จแล้วเป็นอาคารที่ใช้สอยต่างกัน 3 ประเภท ... ทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี (หรือสามปีเนี่ยแหละ จำไม่ได้) ก็ทำเรื่องขอเลือนวรรณะ เป็น "สามัญสถ่าปนิก"ได้ โดยต้องมีการสัมภาษณ์ (และต้องสอบ ในกรณีเป็น สาย ค....ซึ่งจะอธิบายต่อไป)

    สามัญสถาปนิก ก็สามารถทำงานในขอบเขตที่กว้างกว่าภาคีเยอะเหมือนกัน ( แต่ข้าพเจ้าไม่ค่อยแม่นข้อมูลนะคะ หาข้อมูลได้เมื่อไหร่จะเอามาแปะค่ะ ) ปัจจุบันมีประมาณ 2,000 คน สัดส่วนประมาณ 1:10 เมื่อเทียบกับภาคี

    ไม่ใช่สามัญเป็นยากนะคะ แต่สถาปนิกบางท่านก็พอใจที่จะเป็นภาคี สบายใจดี เพราะงานสเกลใหญ่ๆ จริงๆ ก็หาทำได้ยากหากไม่ได้อยู่ในองค์กรใหญ่ๆ ที่มีแรงไปประมูลงานมาจริงๆ

    .

    วรรณะสุดท้ายคือ "วุฒิสถาปนิก"

    วุฒิ ก็กรณีคล้ายๆ กัน คือ ต้องเป็นสามัญ ที่มีจำนวนชั่วโมงบินและผลงาน ... น่าจะซัก 10 ปีนะ ไม่แน่ใจเลย... เอาเป็นว่า ต้องอาวุโสทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิแหละค่ะ ...สามารถเป็นที่ปรึกษาโครงการใหญ่ๆ ได้

    ปัจจุบันมีวุฒิิสถาปนิกประมาณ 300 คนค่ะ (น้อยไปใหญ่)

    .

    .

    ทีนี้สำหรับคำถามของน้อง HardCamo   

    เรื่องเลือกเรียนโรงเรียนช่างสายสถาปัตย์

    .

    สถาปนิกในเมืองไทยเรา นอกจากมี 3 วรรณะแล้ว ยังแบ่งออกเป็น 3 สาย ตามวุฒิที่จบมาด้วยนะคะ

    สาย ก. คือพวกที่จบปริญญาสถาปัตยกรรมโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น ตรีหรือโท ได้แก่ สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต (สถ.บ.) , สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (สถ.ม.) คนที่เรียน 5 ปีตามปกติ หรือถ้าหลักสูตรพิเศษอื่นๆ เช่น ที่มธ. 4+2 (เรียนแค่ 4 ปีจะได้ วท.บ (วิทยาศาสตรบัณฑิต) ถ้าต่ออีก 2 ปีจะได้ สถ.ม.) นั่นก็นับเป็นสาย ก. ค่ะ

    หรือในกรณีที่เรียนต่อเนื่อง เช่น จบ ปวส. แล้วต่อเนื่อง 2 ปีจนได้ สถ.บ. เรานับเป็นสาย ก. ค่ะ

    .

    สาย ข. คือพวกที่จบ คอ.บ. (ครุศาสตร์อุตหกรรมบัณฑิต) สายก่อสร้างหรือสถาปัตยกรรม ค่ะ

    .

    สาย ค. คือพวกที่จบสายอาชีวะ ปวช. ปวส. ด้านสถาปัตยกรรม หรือที่น้องกำลังจะเรียนนี่แหละค่ะ

    .

    .

    แล้วไอ้สามสายนี้ต่างกันยังไง

    .

    ต่างกันตรงที่ สาย ก. เมื่อเรียนจบแล้วมีสิทธิ์ที่จะสามารถสมัครสอบขอรับใบอนุญาตได้เลยโดยตรง

    ส่วนประเภท ข และ ค. ต้องมีชั่วโมงบินค่ะ ทำงานมา 5 ปีแล้วถึงจะสมัครสอบได้

    .

    วิชาที่สอบทั้งหมด 7 วิชาค่ะ

    .

    ข้อเขียน 6 วิชา ได้แก่

    พื้นฐานทางสถาปัตยกรรม

    โครงสร้างอาคาร

    วัสดุและวิธีการก่อสร้าง

    งานระบบอาคาร

    ปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรม

    ออกแบบสถาปัตยกรรม

    .

    ส่วนวิชาที่ 7 ต้องผ่านทั้ง 6 วิชาข้อเขียนก่อน จึงจะสามารถสอบวิชานี้ได้ คือ "สัมภาษณ์"

    .

    .

    สำหรับผู้ที่สอบไม่ผ่านทั้ง 6 วิชาข้อเขียน สามารถเก็บผลสะสมไปได้ 4 ปี โดยต้องลงทะเบียนสอบเพื่อรักษาสิทธิ์ทุกปีและสอบเฉพาะวิชาที่ยังไม่ผ่านได้ค่ะ แต่ถ้าเกิน 4 ปีแล้ว ผลสองที่เคยสอบผ่านทั้งหมดถือเป็นโมฆะ ต้องสอบใหม่ทั้งหมดค่ะ (ตรงนี้ก็มีความแตกต่างในรายละเอียดระหว่าง 3 สายอีกนะคะ ไม่พูดถึงในนี้ละกัน)

    .

    ดังนั้น สำหรับคำถามของน้อง HardCamo   

    เรื่องเลือกเรียนโรงเรียนช่างสายสถาปัตย์แล้วเกรงว่าจะปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรมไม่ได้นั้น

    .

    คำตอบคือ ..ทำได้ค่ะ ... เพียงแต่จะต้องเข้าช่องทางที่ต่างไปเท่านั้น

    และอย่าลืมว่าสถาปนิกไม่ได้ทำงานเป็นนักออกแบบทุกคนนะคะ ยังมีงานในสายงานอื่นๆ ที่ต้องการความเชี่ยวชาญต่างกันไปอีก เช่น การประเิมินราคา การควบคุมงานก่อสร้าง project management , construction management ...หู๊ยยย...ตาแป๊ะก่าย

    .

    สนใจติดตามในรายละเอียด สามารถสืบค้นได้ที่

    สภาสถาปนิก

    และ

    สมาคมสถาปนิกสยาม ค่ะ

    (จิ้มโลดดด)

    .

    .

    แต่อนาคตที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคือ มาตรฐานของสถาปนิกจบใหม่เอง ที่ตอนนี้อีโก้สูงจนลืมไปว่าคู่แข่งเราเยอะเหลือเกิน.....

    ต่อไปภายภาคหน้าน่าจะมีการเปิด FTA ...เขตการค้าเสรีที่สถาปนิกต่างชาติจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในเมืองไทย

    .

    เราคงต้องเตรียมกายและใจให้พร้อม เป็นทั้งสถาปนิกที่เก่ง เจ๋ง ขยัน และนิสัยดี...... ถึงจะสู้เขาได้

    .

    .

    .

    สถาปนิกใหม่คะ.....

    อย่าทะนงตนไปนะคะ

    .

    การที่คุณทำตัวแย่ๆ ไม่สนใจระเบียบของสังคม (หรือแกล้งไม่สนใจ อยากลองของ อะไรก็แล้วแต่)

    คุณกำลังตัดอนาคตของคุณ ด้วยเขี้ยวเล็บของตัวเอง.....

    .

    .

    เห็นแล้วหดหู่ค่ะ.....

    (เช็ด...บ่นไรวะ...........คันปาก แต่รอให้พ้นช่วงนี้ไปก่อนจะเล่าให้ฟังโดยละเอียด...ตอนนี้ยังเป็นความลับอยู่)

    .

    .

    .

    ปล. 1 จะบอกว่าตัวเลขต่างๆ สำหรับสาย ข.ค. และระดับสามัญกับวุฒิ อาจมีความคลาดเคลื่อนนะคะ ไม่แม่นตรงนี้เหมือนกัน ยังไงเข้าไปที่เว็ปสภาฯ หรือสมาคมฯ น่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนกว่า หรือถ้ามีเวลาหาข้อมูลที่ถูกต้องจะมาแก้เป็นตัวแดงให้ตามหลังละกันค่ีะ

    ปล. 2 ...อ่า...คัน...ผื่นขึ้น......เขียนเอนทรี่มีสาระ.....อ่าาาา........แกร่กๆๆๆ...คัน........ผิดผีๆ

    Comment



    smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

    Tweet

    "ต่อไปภายภาคหน้าน่าจะมีการเปิด FTA ...เขตการค้าเสรีที่สถาปนิกต่างชาติจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในเมืองไทย "

    open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

    งานเข้าสิพี่

    open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

    "เก่ง เจ๋ง ขยัน และนิสัยดี...... ถึงจะสู้เขาได้ "


    ปล. หยอกเล่นนะตัวเองquestion

    #1 By WhiteMapleS on 2009-02-09 13:35

    Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

    ขอบคุณค่ะพี่ัอั๊ค อยากรู้มานานแล้วเหมือนกัน open-mounthed smile

    #2 By iDoi* on 2009-02-09 13:37

    Hot! Hot! Hot! Hot!
    งานเข้าแล้วคร๊าบบบบบบบ
    อนาคตอันใกล้ โอรกกกกก

    #3 By MazeaH on 2009-02-09 14:07

    นาน ๆ ทีมีสาระ ฮู่วววว


    แต่น่าสนใจมากครับ


    ว่าแต่
    สถาปนิก นี่ มี เลเวลอัพ แล้วก็เปลี่ยนคลาสได้ด้วยเหรอครับ
    เควสยากมะครับ question Hot! Hot!

    #4 By ChimERaTeDdY on 2009-02-09 14:16

    big smile big smile big smile

    #5 By V@R on 2009-02-09 14:33

    คณะนี้อีกนิดเดียวก็เฉียดๆ หมอแล้ว
    แต่ชาวบ้านให้ความนับถือต่างกันเยอะเหลือเกิน

    #6 By wesong on 2009-02-09 16:24

    น่าจะเปิดจริงๆ ให้มีการแข่งขันกัน

    จะได้เกิดงานดีๆเยอะๆ

    #7 By loft on 2009-02-09 16:55

    ช่วง2-3ปีมานี้สังเกตว่า ตัวเอกในหนังส่วนใหญ่

    ประกอบอาชีพนี้กันเยอะ คนน่าจะสนใจกันเยอะขึ้น



    เห็นว่ามีประโยน์ กดให้เลย อิๆ Hot!

    ผมเรียนวิศวนะ การแบ่งสาย การสอบ คล้ายๆกันเลย

    #8 By sansanae on 2009-02-09 17:00

    Hot!
    ใบอนุญาตนี่ดูจะยากเป็นนักหนา
    เพื่อนหนูสอบอยู่ ๒ ปีถึงจะผ่าน
    sad smile sad smile

    #9 By |:| ShaKo |:| on 2009-02-09 17:25

    55555555

    หาย..เลย

    #10 By gameflash on 2009-02-09 18:40

    Hot! Hot! Hot! ได้ความรู้มากๆ ขอบคุณค่ะ big smile
    แอบตอบ #8
    สงสัยเพราะสถาปนิกจบไปเริ่มเป็นนักเขียน/นักทำหนังเยอะมั้งคะ
    เลยเริ่มเยอะ เพื่อนก็ทำเหมือนกันsad smile

    ดูหนังทีก็ อ่า...ทำให้คนเค้าคิดว่าอาชีพนี้เท่กว่าความเป็นจริงแล้ว

    เรื่อง FTA คิดเหมือนกันว่าน่าจะยื้อได้อีกไม่นานแล้วละนะ - -

    ให้ดาวค่ะ ทำให้คนเข้าใจสาขาเรามากขึ้น ><Hot!

    #12 By W★G on 2009-02-09 19:41

    มีประโยชน์กับรุ่นน้องมากครับbig smile Hot!

    #13 By redtear on 2009-02-09 19:50

    ไม่มีสถานที่ดีๆ อัพเลเวลสายสถาปัตย์มาแนะนำบ้างเหรอ
    หรือว่าแถวไหนมีไอเทมดีๆบ้าง น้องจะๆเลเวลอัพไวๆ ^-^'
    กลางปีนี้เปิดเทอมแล้วคับ



    ที่เราเรียน 5 ปี ก็เพราะว่ามันยาก+ซับซ้อนนี่เอง big smile

    #15 By lOUis *~ on 2009-02-09 21:28

    อุดมสาระ big smile

    #16 By rokjitjung on 2009-02-09 23:48

    ฝากแทรกนิดนึงสำหรับว่าที่สถาปนิกและที่จบแล้ว
    อัพสายพรีเซนเทชั่นแล้ว
    อย่าลืมอัพสายดรออิ้งกันนะ
    เห็นจบมาสามสี่ปี มีแต่ค่าติดลบ

    #17 By Boobyboil on 2009-02-10 00:19

    open-mounthed smile แวะมาคันด้วยครับ

    อ่านแล้วก็เริ่มหนักใจ
    ผมว่าสายอาชีพไหนก็ต้องเจอปัญหานี้กันหมด
    คู่แข่งลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาอาจจะดีก็ได้นะ
    เราจะได้อัพเลเวลตัวเองไปแข่งกับเขา

    #18 By cvane on 2009-02-10 06:00

    Hot! งานนี้สาระมาเน้นเลยนะครับบ
    ว่าแต่อยากรู้เรื่องบ่นที่อุบไว้อ่ะ embarrassed
    ปล.อ้างถึง "ทีเขียนเอนทรี่ดีดีไม่ค่อยมีคนอ่าน เอนทรี่รั่วๆ ล่ะ...มากันตรึม"
    คนเม้นก็ร้อนๆหนาวๆผื่นขึ้นเหมือนกันแหละ confused smile

    #19 By XEGXEF on 2009-02-10 09:30

    อาหนูพึ่งสอบได้เมื่อ2ปีก่อนนี้เอง

    #20 By ลูกคนโตเอง on 2009-02-10 10:39

    คัน คัน อ่านแล้วคันจัง sad smile

    ยังไม่ได้ไปยื่นขอใบอนุญาติ เลยหละพี่ sad smile sad smile
    เป็นอินทีเรีย แต่ก็ตามมาอ่านค่าาาา
    Hot!

    #22 By ka-fae-nom on 2009-02-10 20:00


    60ล้านคน มีสถาปนิก แค่ 2หมื่นกว่าคนเองหรอ

    รู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญขึ้นมานิดนึง sad smile

    #23 By วิน (124.121.175.190) on 2009-02-10 23:23

    big smile รู้ลึกรู้ดีจริงๆ.....พี่ท่าน

    #24 By คุณบิ๋ม on 2009-02-11 16:24

    แหม่
    ได้ความรู้เยอะทีเดียวค่ะ
    ตอนนี้ยังเรียนไม่จบ
    เกบเวลแบบเด็กๆไปก่อนละกัน

    รุ่นพี่ ar kku??
    รุ่นน้อง สวัสดีก๊าบ

    #25 By happyswing on 2009-02-27 03:33

    ความหวัง ?

    อะไรคือความหวัง แต่ละคนมีความหวังไม่เหมือนกัน
    นักปีนเขา หวังจะไปให้ถึงยอดเขา การมองเห็งสิ่งต่างๆจากยอดเขา คือความหวังของเขา
    ชาวนาหวังจะให้ข้าวที่เขาปลูกเจริญงอกงาม ผมผลิตที่ดีคือความหวังของเขา
    แล้วถ้าพูดถึงในงานสถาปัตกรรม อะไรคือสิ่งที่หวังจะเห็นในงานสถาปัตยกรรม ???

    การหว่านพืชหวังผล ในเชิงสถาปัตยกรรม หมายถึงอะไรกันแน่
    สิ่งใดที่จะสื่อถึงความหวัง ความสมหวัง หรือ ยังมีความหวัง ในงานสถาปัตย์ได้บ้าง

    !!!!!!!
    ต้องตอบโจทย์ประมาณนี้ให้ได้ หน่ัคับ ส่ง project design
    ซึ่งจิงๆคือ ต้องออกแบบ rice education community-center
    ซึ่งใน concept ของผม คือ หว่านพืชหวังผล ซึ่งในการออกแบบ
    การที่จะเข้ามาในงานสถาปัตย์ จะต้องให้ความรู้สึกที่ความหวังของชาวนา
    ซึ่งจะต้องสื่อออกมาด้วยส่วนของ architectural element
    ในส่วนของ interior หรือ ส่วน exhibit นั้นผมพอจะคิดไว้แล้ว

    ท่านใดพอจะช่วยได้ กรุณาช่วยทีครับ :D

    #26 By วรชัย (110.164.102.154) on 2009-11-19 14:36