จากเดี่ยว 7 สู่ MOTTO แห่งความสำเร็จ
posted on 24 Sep 2008 08:36 by archmania in Arch-ticles, Behind-Design-Schoolอู๊วว...หายไปนานเลยค่ะ ไม่ได้อู้แต่อย่างใด แต่ช่วงนี้ยุ่ง มั่ก มั่ก มั่ก มากกกกก จริงๆ..... ทำได้แค่เพียงเกาะขอบรั้วแอบอ่านเอนทรี่ใหม่ๆ ของชาวบ้านด้วยความอิจฉา
นี่เพิ่งจะกลับจากสุราษฎร์ธานี (อีกแล้วเรอะ)... ไปทำงานมาค่ะ มีเรื่องเล่าเยอะเลย แต่มันกุ๊กกิ๊กๆ จุ๊กจิ๊กๆไปหมด กำลังจัดหมวดหมู่อยู่ค่ะ
.
.
.
ก่อนไปสุราษฎร์ เมื่อวันเสาร์ ได้ดู "เดี่ยว 7" เกิดความหงุดหงิดในบางตอน หลายๆ คนคงเดาออกว่าข้าพเจ้าจะหงุดหงิดตอนไหน ...ก็ตอนที่บ่นว่า "เรียนไปก็ไม่ได้ใช้ แล้วจะสอนกูทำไม (ครับ)"
.
.
อาจจะหงุดหงิดต่อเนื่อง เพราะอุดมเดี่ยว 7 คราวนี้ค่อนข้างใช้ "กูมึง" พร่ำเพรื่อ..จากฮาๆ พอชักถี่ก็...ฮาไม่ออก..... "มึง" จะหยาบคายบ่อยไปแล้วสำหรับการพูดต่อหน้าสาธารณชนนะโว้ยคะ.... เหมือนดูตลกคาเฟ่ แทนที่มุกฉลาดๆ จะทำให้ฮา.....ไม่รู้สิ ลิมิตตรงนี้คงไม่เท่ากัน บางคนอาจจะเฉยๆ บางคนอาจรู้สึกแบบเดียวกับข้าพเจ้า ไม่ว่ากันเนาะ นานาจิตตัง
.
.
เข้าเรื่อง..คือ พอหงุดหงิดเรื่องตอนที่บ่นว่า "เรียนไปก็ไม่ได้ใช้ แล้วจะสอนกูทำไม" ก็บ่นกะปอดกะแปดกับท่านแม่....ท่านแม่บอกว่าเพราะข้าพเจ้าเป็นครู วิญญาณครูเข้าสิงเรอะ??
เออออออ........เนาะ สงสัยจะใช่ แต่ก็กะว่ากลับมาจะมาเขียนเรื่องนี้ พอดี น้องเอ็ดดี้ เขียนไปแล้วและตรงใจมาก ขึ้นฮ๊อตโพสด้วย ตามไปอ่านได้ที่นี่ค่ะ >> เรียนแล้วไม่ได้ใช้ ทำไมถึงต้องเรียน แถมน้องเอ็ดดี้ยังบอกให้ข้าพเจ้าเขียนต่อยอดแบบฮาร์ดคอร์.....
บ้า......ชั้นออกจะเป็นครูสาวสวยเซ๊ะซี่ใจดีอีหลีเติบบบบ ฮาร์ดคอร์เป็นยังไง ไม่รู้จักย่ะ
แต่เพราะเอ็ดดี้เขียนได้ตรงกับทุกอย่างที่อยู่ในใจอยู่แล้ว เรื่องเดี่ยว7 ไม่ว่ากัน แต่ขอเสริมย่อหน้าสุดท้ายของเอ็ดดี้นิสสสนึง
.
.
บลาๆๆ : ผลการเรียนไม่ได้บอกว่าเราเก่งซักแค่ไหน เสมอไป ,,, บางครั้ง มันก็แค่ บอกเราว่า เรา...มีความรับผิดชอบขนาดไหน เท่านั้นจริงๆ (quoted มาซื่อๆ เลยนะเอ็ดดี้)
.
เรื่องจริงเลยค่ะ ......บางทีเราวัดกันที่ความรับผิดชอบเท่านั้น
.
.
โรงเรียนถาปัดอย่างข้าพเจ้ามีนักเรียนหลายๆ เคสเลย บางคนก็เก่งหาข้อมูล บางคนชอบทำงานเฉี่ยวๆ บางคนชอบงานอินทีเรีย บางคนชอบโครงสร้าง .....อ้าวแต่ผลงานต้องออกมาเป็นอาคาร 1 หลัง บนที่ดินผืนเดียวกัน โครงการเดียวกัน ทำไมถึงรู้ล่ะ......
ก็เพราะ "ความตั้งใจ" มันบอกค่ะ........ ใครตั้งใจคิด ใช้เวลากับส่วนไหนมาก งานมันฟ้องเลย .. เขาจะรู้ ตอบได้ทุกคำถาม มีที่มาที่ไป ...และอาจารย์ก็ไม่ได้บังคับใจว่าต้องเป็นตึกที่สวยเจ๋งเท่านั้นนะ อย่างอื่นผิด .... เพียงแต่เรามีบรรทัดฐานชนิดหนึ่ง ที่จะบอกว่าการไปเป็นสถาปนิกนั้น "ต้องรู้ ควรรู้" อะไรบ้าง
แล้วถ้าคนที่รู้ตัวเมื่อสายล่ะ เช่น จริงๆ หนูอยากเป็นแอร์ ...ผมอยากทำ graphic design ...ผมจะไปทำนา... ผมอยากขายข้าวมันไก่......ผมไม่เห็นจำเป็น "ต้องรู้" เรื่องที่คนอยากเป็น "สถาปนิก" ต้องรู้เลย อาจารย์อย่ามาเคี่ยวเข็ญหนูเลย หนูสัญญา หนูไม่เป็นสถาปนิกหรอก
.
.
แล้วอย่างงี้จะทำยังไงล่ะ?
.
จริงๆ มีหลายเคสนะคะ บางคนก็กลัวการ design หายไปเป็นเทอมๆ ... บางคนก็คิดว่าถ้างานไม่ดี ไม่เอามาคุยกับอาจารย์ บางคนก็คิดว่าส่งงานสายนิดหน่อยไม่ว่าอะไร
.
อาจารย์เค้าเข้าใจนะคะ เรื่องจริงเลย...และรู้ด้วยว่าเด็กคนไหนจะทำงานเป็นสถาปนิกก็จะใช้บรรทัดฐานสถาปนิก เด็กคนไหนทำไม่ได้ ก็คงใช้อีกบรรทัดฐานหนึ่ง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นหรือไม่เป็นสถาปนิก หรือจะทำอาชีพไหนก็ต้องใช้บรรทัดฐานนี้ทั้งนั้น
.
.
บรรทัดฐานนั้นคือ "ความรับผิดชอบ ความตั้งใจ และความเป็นนักสู้" ค่ะ
.
สอนมาเองกับมือ จะไม่รู้เลยหรือว่านักเรียนคนไหนดันได้ คนไหนดันแล้วฝ่อ ...ไม่ว่าคนจะจบออกไปได้ทำงานตามที่เรียนมาหรือไม่ (ไม่ใช่เฉพาะสถาปนิก) สิ่งที่จะทำให้ทุกคนมีชีวิตอยู่รอดบนโลกของการแข่งขัน คือ 3 ตัวนี้ทั้งนั้น ........ ย้ำนะคะ จะขายไก่ย่าง จะเป็นแอร์ จะเป็นสถาปนิก หรืออาชีพอะไรก็ตาม....คุณต้องมี "ความรับผิดชอบ ความตั้งใจ และความเป็นนักสู้"
.
เรามาดูตัวอย่างเคสดีกว่า
.
เคส A
เวลาตรวจวิทยานิพนธ์แต่ละครั้ง ซึ่งเป็นชั่วโมงในตอนบ่าย จะมีกฎที่รู้กันอยู่ว่าต้องมาส่งงานตอน 10.00 น.ของวันนั้น โดยงานทุกอย่าง presentation, handout, plates แม้กระทั่ง file ของงาน จะไม่มีการต่อเติมใดๆ อีกจนถึงเวลาตรวจ ถ้าส่งเกินเวลาจะตรวจตามปกติแต่จะไม่ให้คะแนนในครั้งนั้น
แต่ข้าพเจ้าก็หย่อนหยวนพอควร.... ทำเพิ่มก็ได้ ไม่ว่ากัน ถ้ามันจะช่วยอธิบายงานของคุณให้ชัดเจนขึ้น....ก็มันยังมีเวลา ผิดตรงไหน??? แต่ขออย่างเดียวเท่านั้น...."มาส่งให้ทัน" ....... แต่ก็ยังมีคนฆ่าตัวตายด้วยการไม่มาตามเวลา ซึ่งจะโทษใครไม่ได้เลย
.
"วัดความรับผิดชอบ"
.
.
เคส B
นักเรียนบางคนที่วิกฤติ .... รู้แล้วว่าตัวเองวิกฤติ หมายความว่า งานล่าช้า งานไม่ได้ตามเกณฑ์ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเพื่อนๆ สิ่งที่ควรทำคือ ขยันให้มากขึ้น ตั้งใจให้มากขึ้น มาหาอาจารย์ให้บ่อยขึ้น ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล....จริงมั้ยคะ? ก็อยากเรียนให้ผ่านไปนี่.....
เด็กบางคนไม่ใช่อย่างนั้น เวลา 2 สัปดาห์เท่ากัน แม้ว่าตัวเองจะวิกฤติ แต่ก็มาพบอาจารย์ที่ปรึกษาแค่ครั้งเดียว (ในตอนเย็น ที่วันรุ่งขึ้นจะถึงกำหนดตรวจงาน) โดยที่ไม่เคยมีงานติดมือมา ได้แต่อ้างว่าลืมไว้ที่บ้าน .... ครูอย่างข้าพเจ้าก็.....เด็กมันมา ก็อ่ะ....คุยยยยไป อธิบายไป ไปทำอย่างงี้ๆๆ มานะ .... แต่สุดท้ายงานที่นำมาให้ตรวจตามกำหนดมีแค่ A4 ไม่กี่แผ่น กับเส้นปากกาที่เพิ่งจะเขียนเมื่อคืนนี้ ในขณะที่เพื่อนๆ มีเป็นปึก เป็นชาร์ทแผ่นใหญ่ๆ
คืนเดียว......คุณผู้อ่านคิดว่าข้อมูลจะมายังไงเหรอคะ?.....
"นั่งเทียน" ค่ะ........ T.T
2 สัปดาห์มันนานนะคะ .......ข้อมูลที่ควรจะได้ ไม่ควรจะมาแค่จากอินเตอร์เน็ต ห้องสมุดก็มี ไม่มีที่มหาวิทยาลัยตัวเอง มหาวิทยาลัยอื่นก็มี....... แล้วทำไม?????? พอถามว่าไปทำอะไรมาบ้าง....บอก "คิดไม่ออก กลัวว่าจะโดนด่า วนไปวนมา...." คิดไม่ออกก็มาปรึกษาสิคร๊าบบบบบ...... มีอ.ที่ปรึกษาไว้ปรึกษานะคะ ..
.
"วัดความตั้งใจ"
.
.
สุดท้าย เคส C
นักเรียนคนนึง เข้าใจว่ามีปัญหาด้านจิตใจ อาจจะเพราะปีต้นๆ เจออาจารย์หินๆ เข้า ทำให้พอเข้าช่วงที่ต้อง design ...แรงของเค้าจะตกไปเลย... ไม่มาตรวจ และสุดท้ายก็ต้องถอนหรือตก ...
จริงๆ ไม่อยากเก็บเด็กแบบนี้ไว้นานๆ เพราะไม่ได้ประโยชน์กับตัวเค้าเอง ...เพราะเค้าคงจะถอดใจที่จะเป็นสถาปนิกแล้ว .... รั้งไว้ตัวเค้าก็จะเสียโอกาสไปเรื่อยๆ แต่จะทำยังไงล่ะ? หายไปเลย ติดต่อไม่ได้ ไม่มาพูดคุย
อาจารย์ก็ต้องรวมหัวกัน ทำยังไงดี ... แม้ว่าเจ้าตัวจะยืนยันขอถอนรายวิชาแล้วทำต่อปีหน้า แต่อาจารย์ก็มั่นใจเหลือเกินว่าจะเกิดปัญหาการหายตัวและไม่ผ่านซ้ำเดิมอีก และสุดท้ายจะไม่จบ เสียเวลาชีวิตไปโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้นก็เลยอนุญาตให้เป็นกรณีพิเศษในการให้เวลาทำงานให้ยาวขึ้น ให้พร้อมที่จะส่ง ในบรรทัดฐานที่อาจารย์คิดว่าน่าจะทำได้ (แม้จะไม่หรูเท่าคนอื่นๆ) แต่ไม่ให้ถอนไปลงปีหน้า .... เพราะต้องการให้สู้ .... ไม่ใช่กลัว หนีปัญหาไปเรื่อยๆ....จบไปถึงจะไม่เป็นสถาปนิก ...แต่จะเอาตัวรอดได้อย่างไรถ้าใจไม่สู้
.
"วัดความเป็นนักสู้"
.
.
เท่านั้นจริงๆค่ะ
.
อย่าคิดว่าทุกอย่างจะถูกเตรียมไว้ให้เหมาะกับเราเสมอ
บางครั้งเราอาจจะต้องเป็นคนปรับเพื่อให้เหมาะกับมัน
.
อย่าคิดว่าไม่ได้อะไรจากการเรียนวิชาห่าเหวเหล่านี้
ในทางกลับกัน นั่นเป็นการเปิดโอกาสให้เราได้ลอง..เพื่อให้ได้รู้
บางครั้งเราอาจจะได้เรียนรู้ว่ามันไม่เหมาะกับเรา หรือ..เราไม่ได้เหมาะกับมัน
.
อย่าคิดว่า "ทำไมต้องบังคับกูให้เรียนวิชานี้"
บางครั้งเราอาจลืมไปว่าเราเป็นคนเลือกเรียนสาขานี้ โดยที่ไม่เคยชายตาอ่านหลักสูตรซึ่งมีมาตั้งแต่ก่อนเราจะเข้าเรียนด้วยซ้ำ
.
อย่าคิดว่านิดหน่อย หยวนๆ กฎมีไว้แหก
เราอาจจะแหกกฎได้ครั้งเดียวในชีวิต....และไม่มีใครยอมรับเราอีกเลย
บางครั้งเราก็ต้องยอมอยู่ในข้อบังคับของสังคม ..เพื่อความอยู่รอดของเราเอง
.
อย่าคิดจะทำแค่ในสิ่งที่อยากทำเท่านั้น อย่าท้อในคำพูดเสียดสี
บางครั้งเราเลือกไม่ได้ ท้องยังหิว ชีวิตยังต้องเดิน ... โลกความจริงมันโหดร้ายนัก
.
จบ....แบบเครียดๆ แฮะ

ดูแล้วแอบหงุดหงิด

อืม ไม่รู้จะคอมเม้นอะไรจริงๆค่ะ
แต่เขียนได้ดีมากเลยค่ะ ชอบๆ
#1 By { J I N N Y } on 2008-09-24 10:36