อู๊วว...หายไปนานเลยค่ะ ไม่ได้อู้แต่อย่างใด แต่ช่วงนี้ยุ่ง มั่ก มั่ก มั่ก มากกกกก จริงๆ..... ทำได้แค่เพียงเกาะขอบรั้วแอบอ่านเอนทรี่ใหม่ๆ ของชาวบ้านด้วยความอิจฉา

นี่เพิ่งจะกลับจากสุราษฎร์ธานี (อีกแล้วเรอะ)... ไปทำงานมาค่ะ มีเรื่องเล่าเยอะเลย แต่มันกุ๊กกิ๊กๆ จุ๊กจิ๊กๆไปหมด กำลังจัดหมวดหมู่อยู่ค่ะ

.

.

.

ก่อนไปสุราษฎร์ เมื่อวันเสาร์ ได้ดู "เดี่ยว 7" เกิดความหงุดหงิดในบางตอน หลายๆ คนคงเดาออกว่าข้าพเจ้าจะหงุดหงิดตอนไหน ...ก็ตอนที่บ่นว่า "เรียนไปก็ไม่ได้ใช้ แล้วจะสอนกูทำไม (ครับ)"

.

.

อาจจะหงุดหงิดต่อเนื่อง เพราะอุดมเดี่ยว 7 คราวนี้ค่อนข้างใช้ "กูมึง" พร่ำเพรื่อ..จากฮาๆ พอชักถี่ก็...ฮาไม่ออก..... "มึง" จะหยาบคายบ่อยไปแล้วสำหรับการพูดต่อหน้าสาธารณชนนะโว้ยคะ.... เหมือนดูตลกคาเฟ่ แทนที่มุกฉลาดๆ จะทำให้ฮา.....ไม่รู้สิ ลิมิตตรงนี้คงไม่เท่ากัน บางคนอาจจะเฉยๆ บางคนอาจรู้สึกแบบเดียวกับข้าพเจ้า ไม่ว่ากันเนาะ นานาจิตตัง

.

.

เข้าเรื่อง..คือ พอหงุดหงิดเรื่องตอนที่บ่นว่า "เรียนไปก็ไม่ได้ใช้ แล้วจะสอนกูทำไม" ก็บ่นกะปอดกะแปดกับท่านแม่....ท่านแม่บอกว่าเพราะข้าพเจ้าเป็นครู วิญญาณครูเข้าสิงเรอะ??

เออออออ........เนาะ สงสัยจะใช่ แต่ก็กะว่ากลับมาจะมาเขียนเรื่องนี้ พอดี น้องเอ็ดดี้ เขียนไปแล้วและตรงใจมาก ขึ้นฮ๊อตโพสด้วย ตามไปอ่านได้ที่นี่ค่ะ >> เรียนแล้วไม่ได้ใช้ ทำไมถึงต้องเรียน  แถมน้องเอ็ดดี้ยังบอกให้ข้าพเจ้าเขียนต่อยอดแบบฮาร์ดคอร์.....

บ้า......ชั้นออกจะเป็นครูสาวสวยเซ๊ะซี่ใจดีอีหลีเติบบบบ ฮาร์ดคอร์เป็นยังไง ไม่รู้จักย่ะ

แต่เพราะเอ็ดดี้เขียนได้ตรงกับทุกอย่างที่อยู่ในใจอยู่แล้ว เรื่องเดี่ยว7 ไม่ว่ากัน แต่ขอเสริมย่อหน้าสุดท้ายของเอ็ดดี้นิสสสนึง

.

.

บลาๆๆ : ผลการเรียนไม่ได้บอกว่าเราเก่งซักแค่ไหน เสมอไป ,,, บางครั้ง มันก็แค่ บอกเราว่า เรา...มีความรับผิดชอบขนาดไหน เท่านั้นจริงๆ (quoted มาซื่อๆ เลยนะเอ็ดดี้)

.

เรื่องจริงเลยค่ะ ......บางทีเราวัดกันที่ความรับผิดชอบเท่านั้น

.

.

โรงเรียนถาปัดอย่างข้าพเจ้ามีนักเรียนหลายๆ เคสเลย บางคนก็เก่งหาข้อมูล บางคนชอบทำงานเฉี่ยวๆ บางคนชอบงานอินทีเรีย บางคนชอบโครงสร้าง .....อ้าวแต่ผลงานต้องออกมาเป็นอาคาร 1 หลัง บนที่ดินผืนเดียวกัน โครงการเดียวกัน ทำไมถึงรู้ล่ะ......

ก็เพราะ "ความตั้งใจ" มันบอกค่ะ........ ใครตั้งใจคิด ใช้เวลากับส่วนไหนมาก งานมันฟ้องเลย .. เขาจะรู้ ตอบได้ทุกคำถาม มีที่มาที่ไป ...และอาจารย์ก็ไม่ได้บังคับใจว่าต้องเป็นตึกที่สวยเจ๋งเท่านั้นนะ อย่างอื่นผิด .... เพียงแต่เรามีบรรทัดฐานชนิดหนึ่ง ที่จะบอกว่าการไปเป็นสถาปนิกนั้น "ต้องรู้ ควรรู้" อะไรบ้าง

แล้วถ้าคนที่รู้ตัวเมื่อสายล่ะ เช่น จริงๆ หนูอยากเป็นแอร์ ...ผมอยากทำ graphic design ...ผมจะไปทำนา... ผมอยากขายข้าวมันไก่......ผมไม่เห็นจำเป็น "ต้องรู้" เรื่องที่คนอยากเป็น "สถาปนิก" ต้องรู้เลย  อาจารย์อย่ามาเคี่ยวเข็ญหนูเลย หนูสัญญา หนูไม่เป็นสถาปนิกหรอก

.

.

แล้วอย่างงี้จะทำยังไงล่ะ?

.

จริงๆ มีหลายเคสนะคะ บางคนก็กลัวการ design หายไปเป็นเทอมๆ ... บางคนก็คิดว่าถ้างานไม่ดี ไม่เอามาคุยกับอาจารย์ บางคนก็คิดว่าส่งงานสายนิดหน่อยไม่ว่าอะไร

.

อาจารย์เค้าเข้าใจนะคะ เรื่องจริงเลย...และรู้ด้วยว่าเด็กคนไหนจะทำงานเป็นสถาปนิกก็จะใช้บรรทัดฐานสถาปนิก เด็กคนไหนทำไม่ได้ ก็คงใช้อีกบรรทัดฐานหนึ่ง  ซึ่งไม่ว่าจะเป็นหรือไม่เป็นสถาปนิก หรือจะทำอาชีพไหนก็ต้องใช้บรรทัดฐานนี้ทั้งนั้น

.

.

บรรทัดฐานนั้นคือ "ความรับผิดชอบ ความตั้งใจ และความเป็นนักสู้" ค่ะ

.

สอนมาเองกับมือ จะไม่รู้เลยหรือว่านักเรียนคนไหนดันได้ คนไหนดันแล้วฝ่อ ...ไม่ว่าคนจะจบออกไปได้ทำงานตามที่เรียนมาหรือไม่ (ไม่ใช่เฉพาะสถาปนิก) สิ่งที่จะทำให้ทุกคนมีชีวิตอยู่รอดบนโลกของการแข่งขัน คือ 3 ตัวนี้ทั้งนั้น ........ ย้ำนะคะ จะขายไก่ย่าง จะเป็นแอร์ จะเป็นสถาปนิก หรืออาชีพอะไรก็ตาม....คุณต้องมี "ความรับผิดชอบ ความตั้งใจ และความเป็นนักสู้"

.

เรามาดูตัวอย่างเคสดีกว่า

.

เคส A

เวลาตรวจวิทยานิพนธ์แต่ละครั้ง ซึ่งเป็นชั่วโมงในตอนบ่าย จะมีกฎที่รู้กันอยู่ว่าต้องมาส่งงานตอน 10.00 น.ของวันนั้น โดยงานทุกอย่าง presentation, handout, plates แม้กระทั่ง file ของงาน จะไม่มีการต่อเติมใดๆ อีกจนถึงเวลาตรวจ ถ้าส่งเกินเวลาจะตรวจตามปกติแต่จะไม่ให้คะแนนในครั้งนั้น

แต่ข้าพเจ้าก็หย่อนหยวนพอควร.... ทำเพิ่มก็ได้ ไม่ว่ากัน ถ้ามันจะช่วยอธิบายงานของคุณให้ชัดเจนขึ้น....ก็มันยังมีเวลา ผิดตรงไหน??? แต่ขออย่างเดียวเท่านั้น...."มาส่งให้ทัน" ....... แต่ก็ยังมีคนฆ่าตัวตายด้วยการไม่มาตามเวลา ซึ่งจะโทษใครไม่ได้เลย

.

"วัดความรับผิดชอบ"

.

.

เคส B

นักเรียนบางคนที่วิกฤติ .... รู้แล้วว่าตัวเองวิกฤติ หมายความว่า งานล่าช้า งานไม่ได้ตามเกณฑ์ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเพื่อนๆ  สิ่งที่ควรทำคือ ขยันให้มากขึ้น ตั้งใจให้มากขึ้น มาหาอาจารย์ให้บ่อยขึ้น ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล....จริงมั้ยคะ? ก็อยากเรียนให้ผ่านไปนี่.....

เด็กบางคนไม่ใช่อย่างนั้น เวลา 2 สัปดาห์เท่ากัน แม้ว่าตัวเองจะวิกฤติ แต่ก็มาพบอาจารย์ที่ปรึกษาแค่ครั้งเดียว (ในตอนเย็น ที่วันรุ่งขึ้นจะถึงกำหนดตรวจงาน) โดยที่ไม่เคยมีงานติดมือมา ได้แต่อ้างว่าลืมไว้ที่บ้าน .... ครูอย่างข้าพเจ้าก็.....เด็กมันมา ก็อ่ะ....คุยยยยไป อธิบายไป ไปทำอย่างงี้ๆๆ มานะ .... แต่สุดท้ายงานที่นำมาให้ตรวจตามกำหนดมีแค่ A4 ไม่กี่แผ่น กับเส้นปากกาที่เพิ่งจะเขียนเมื่อคืนนี้ ในขณะที่เพื่อนๆ มีเป็นปึก เป็นชาร์ทแผ่นใหญ่ๆ

คืนเดียว......คุณผู้อ่านคิดว่าข้อมูลจะมายังไงเหรอคะ?.....

"นั่งเทียน" ค่ะ........ T.T

2 สัปดาห์มันนานนะคะ .......ข้อมูลที่ควรจะได้ ไม่ควรจะมาแค่จากอินเตอร์เน็ต ห้องสมุดก็มี ไม่มีที่มหาวิทยาลัยตัวเอง มหาวิทยาลัยอื่นก็มี....... แล้วทำไม?????? พอถามว่าไปทำอะไรมาบ้าง....บอก "คิดไม่ออก กลัวว่าจะโดนด่า วนไปวนมา...."      คิดไม่ออกก็มาปรึกษาสิคร๊าบบบบบ...... มีอ.ที่ปรึกษาไว้ปรึกษานะคะ ..

.

"วัดความตั้งใจ"

.

.

สุดท้าย เคส C

นักเรียนคนนึง เข้าใจว่ามีปัญหาด้านจิตใจ อาจจะเพราะปีต้นๆ เจออาจารย์หินๆ เข้า ทำให้พอเข้าช่วงที่ต้อง design ...แรงของเค้าจะตกไปเลย... ไม่มาตรวจ และสุดท้ายก็ต้องถอนหรือตก ...

จริงๆ ไม่อยากเก็บเด็กแบบนี้ไว้นานๆ เพราะไม่ได้ประโยชน์กับตัวเค้าเอง ...เพราะเค้าคงจะถอดใจที่จะเป็นสถาปนิกแล้ว .... รั้งไว้ตัวเค้าก็จะเสียโอกาสไปเรื่อยๆ แต่จะทำยังไงล่ะ? หายไปเลย ติดต่อไม่ได้ ไม่มาพูดคุย

อาจารย์ก็ต้องรวมหัวกัน ทำยังไงดี ... แม้ว่าเจ้าตัวจะยืนยันขอถอนรายวิชาแล้วทำต่อปีหน้า แต่อาจารย์ก็มั่นใจเหลือเกินว่าจะเกิดปัญหาการหายตัวและไม่ผ่านซ้ำเดิมอีก และสุดท้ายจะไม่จบ เสียเวลาชีวิตไปโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้นก็เลยอนุญาตให้เป็นกรณีพิเศษในการให้เวลาทำงานให้ยาวขึ้น ให้พร้อมที่จะส่ง ในบรรทัดฐานที่อาจารย์คิดว่าน่าจะทำได้ (แม้จะไม่หรูเท่าคนอื่นๆ) แต่ไม่ให้ถอนไปลงปีหน้า .... เพราะต้องการให้สู้ .... ไม่ใช่กลัว หนีปัญหาไปเรื่อยๆ....จบไปถึงจะไม่เป็นสถาปนิก ...แต่จะเอาตัวรอดได้อย่างไรถ้าใจไม่สู้

.

"วัดความเป็นนักสู้"

.

.

เท่านั้นจริงๆค่ะ

.

อย่าคิดว่าทุกอย่างจะถูกเตรียมไว้ให้เหมาะกับเราเสมอ

บางครั้งเราอาจจะต้องเป็นคนปรับเพื่อให้เหมาะกับมัน

.

อย่าคิดว่าไม่ได้อะไรจากการเรียนวิชาห่าเหวเหล่านี้

ในทางกลับกัน นั่นเป็นการเปิดโอกาสให้เราได้ลอง..เพื่อให้ได้รู้

บางครั้งเราอาจจะได้เรียนรู้ว่ามันไม่เหมาะกับเรา หรือ..เราไม่ได้เหมาะกับมัน

.

อย่าคิดว่า "ทำไมต้องบังคับกูให้เรียนวิชานี้"

บางครั้งเราอาจลืมไปว่าเราเป็นคนเลือกเรียนสาขานี้ โดยที่ไม่เคยชายตาอ่านหลักสูตรซึ่งมีมาตั้งแต่ก่อนเราจะเข้าเรียนด้วยซ้ำ

.

อย่าคิดว่านิดหน่อย หยวนๆ กฎมีไว้แหก

เราอาจจะแหกกฎได้ครั้งเดียวในชีวิต....และไม่มีใครยอมรับเราอีกเลย

บางครั้งเราก็ต้องยอมอยู่ในข้อบังคับของสังคม ..เพื่อความอยู่รอดของเราเอง

.

อย่าคิดจะทำแค่ในสิ่งที่อยากทำเท่านั้น อย่าท้อในคำพูดเสียดสี

บางครั้งเราเลือกไม่ได้ ท้องยังหิว ชีวิตยังต้องเดิน ... โลกความจริงมันโหดร้ายนัก

.

จบ....แบบเครียดๆ แฮะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

จริงมากๆเลย....


อืม ไม่รู้จะคอมเม้นอะไรจริงๆค่ะsad smile
แต่เขียนได้ดีมากเลยค่ะ ชอบๆHot!

#1 By { J I N N Y } on 2008-09-24 10:36

อ่านแล้วชอบมากเลยค่ะ ^^

ใน3ข้อนี้ สำคัญทุกอย่างเลย โดยเฉพาะความเป็นนักสู้เนี่ยทำให้คนประสบความสำเร็จมาเยอะแล้ว

Hot!

#2 By ▪ Rio ▪ V Ĭ P ▪ on 2008-09-24 10:41

เข้าใจความรู้สึกคนเป็นครูแล้ว
"ความรับผิดชอบ ความตั้งใจ และความเป็นนักสู้"

เก่งไม่เก่งไม่รู้แต่3อย่างนี้ต้องมีจริงๆ

Hot!

#3 By wesong on 2008-09-24 10:47

confused smile Hot!
ชอบใจครับ ชอบๆๆๆๆๆๆ

ขอเม้าท์นิดๆ
วันก่อนไปตีแบด ก็คุยกันเรื่องกระโดดตบ
เพื่อนผมเขาเห็นว่าหน้าผมเครียดๆ ก็เลยถามว่าคิดอะไร
ผมเลยบอกไปตามหลักวิศวกรเป๊ะๆ ว่า
"อ๋อ กำลังใส่ตัวแปร แล้วก็คำนวณว่าจะต้องกระโดดทำมุมเท่าไหร่ เพื่อให้แรงตกกระทบดีที่สุด และได้มุมดีที่สุดในการทำแต้ม คิดฟิสิกส์เล่นๆ อ่ะ"

และเพื่อนผมก็มองกลับมาด้วยสายตางงๆ ว่าแล้ใจะคิดทำไม
คิดแล้วสนุกดีออกครับ
cry

#4 By AkE on 2008-09-24 10:56

ความรับผิดชอบ ความตั้งใจ และความเป็นนักสู้
ทั้งสามอย่างมีถึงคึ่งรึยังก็ไม่รู้คะ เฉื่อยได้อีกกกก sad smile

แต่ต้องสู้ต่อไป cry

#5 By chockcolate_am on 2008-09-24 11:16

จารย์ครับ

ขอถามนิดนึงนะครับ ถามเฉยๆ ไม่ได้จะแย้งอาจารย์นะครับ

อาจารย์เคยคิดบ้างหรือเปล่าว่าบางทีทำไมต้องให้นักเรียนเรียนวิชานี้ด้วยหรือทำไมฉันต้องสอนวิชานี้ด้วย

สำหรับผม ผมว่าวิชาในมหาวิทยาลัยสำคัญ(เกือบ)ทุกวิชา เพราะวัด "ความรับผิดชอบ ความตั้งใจ และความเป็นนักสู้" จริงๆ

แต่ตอนประถมหรือมัธยม ผมก็ยังสงสัยอยู่จริงๆ ว่าสอนผมไปทำไมครับ

แค่นี้แหละครับ

อาจารย์อั๊คที่เคารพรัก

รอฟังเรื่องเล่าจากสุราษฎร์นะครับ

#6 By WhiteMapleS on 2008-09-24 11:47

ตอบคุณหมง (ต้องยาวหน่อยซะแล้ว)
.
ลองกลับไปอ่านทิ้งท้ายข้อที่ว่า

อย่าคิดว่าไม่ได้อะไรจากการเรียนวิชาห่าเหวเหล่านี้

บางครั้งเราอาจจะได้เรียนรู้ว่ามันไม่เหมาะกับเรา หรือ..เราไม่ได้เหมาะกับมัน
.
เพราะมันคือ "พื้นฐาน"ค่ะ
.
.
ตอนประถม มัธยม เรายังไม่รู้ว่าเราอยากจะเรียนต่อด้านไหน อยากทำอาชีพอะไร
.
เราต้องหว่านไว้ค่ะ ... ถ้าเราลองย้อนกลับไปดู เราจะเห็นว่าทุกปีที่เราเรียนสูงขึ้น มันจะเฉพาะเจาะจงมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนปิรามิด ฐานกว้าง และยอดเล็กแหลม
.
.
ประถมกับ ม.ต้น...เรียนหว่านๆ เพื่อให้รู้ว่า เออ...ม.ปลายเราจะไปทางไหน ...ไม่ไหวเลยสายสามัญ ก็เรียนสายวิชาชีพ....ไม่ชอบเลยวิทย์คณิต ก็เรียนสายศิลป์ซะ ชอบภาษา ก็เลือกเรียนภาษา
.
.
พอโตเข้ามหาวิทยาลัย ทางที่เดินมันก็ลู่ลงอีก ... อยากเรียนวิชาชีพนี้ ต้องรู้อะไรบ้างมาก่อน ...ถ้าเราไม่ได้เรียน เราอาจไปต่อแบบงงๆ
.
.
ความจริงมีอีกปัญหาหนึ่งนะคะ ปัญหาที่อาจารย์เอง ที่ไม่เคยบอกว่ามันนำไปใช้อย่างไร บางทีการเกิดคำถามว่า เรียนไปไม่ได้ใช้เลย มันอาจจะเพราะเราไม่รู้ต่างหาก ว่าในการคิดสะระตี่จนได้งานมา 1 ชิ้น เราใช้ความรู้อะไรไปบ้าง.... มันอาจจะพื้นฐานซะจนเรามองไม่เห็นว่า นั่นไง....ชั้นเคยเรียนพายอาร์กำลังสองตอนม.2
.
.
เพราะเรา..มองเห็นแต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าค่ะ... ข้าพเจ้าเคยคิดอย่างนี้ ว่าไม่รู้จะให้เรียนไปทำไม แต่เราไม่รู้หรอกว่า เราได้แก่นอะไรบางอย่างมาจากวิชาเหล่านั้น ที่ส่งผลให้เราเข้าใจในการงานของเรามากขึ้น จริงๆค่ะ
.
.
อย่างน้อย มันทำให้เรารู้ว่าเราไม่ได้ชอบมันค่ะ ... และเราจะไม่เลือกมันหรอก...จริงมั้ย?confused smile

#7 By ArchmaniaC on 2008-09-24 12:02

ถึงจะตอบแบบยาวๆ ไปแล้ว... ขอเสริมอีกจึ้ก
.
ธรรมชาติของมนุษย์ มักมองเห็นข้อด้อยของคนอื่น
.
.
ทำไมหนอ เราถึงมองเห็นแต่วิชาที่ไม่ได้ใช้......แล้ววิชาที่ได้ใช้ ไม่เห็นพูดถึงเลย
.
.
เรียนตอนประถม มัธยมเหมือนกันนี่นะ
.
.
.
ทุกวันนี้ไม่เห็นต้องใช้เลย ก อะ กะ ....ก อา กา...... ตอนนี้มีแต่ศัพท์ยากๆ ...ประชาภิวัฒน์ ... ประชาชนรากหญ้า
.
.
จริงมั้ย?
confused smile

#8 By ArchmaniaC on 2008-09-24 12:08

Hot!
อยากกลับไปเรียนแล้วเจออาจารย์แบบนี้จัง
ตอนเรียนมันเหมือนโลกอุดมคติ
ดีไซน์ใครเจ๋ง..ใครแนว...ใครเพียบ
พอมาเจอโลกอาชีพจริงๆ...แทบไม่เหมือนเลย
จริงๆที่เค้าออกกฎใหม่มีอินเทิร์นคล้ายๆหมอนี่น่าจะดีมาก
เพราะว่าควรจะมีความรู้ในวิชาชีพจริงๆสักระยะแล้วค่อยให้ภาคี
อาชีพนี้มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์อย่างมาก
ไม่งั้นปัญหาหน้าsiteจะเยอะมหาศาล
อิอิ....พูดแบบแม่บ้านconfused smile

#9 By ยายแม่บ้าน on 2008-09-24 12:35

เยี่ยมได้ใจเรยคร่าาาา คุณครูHot!

#10 By Eddy on 2008-09-24 12:43

ตอนแรกก็ฮา แต่หลังๆฮาไม่ออกเหมือนกันครับ
sad smile

เห็นด้วยทั้ง 3 อย่าง
big smile
ขออภัยครับอาจารย์ผมอ่านไม่ครบ... ยอมรับผิดครับ

#12 By WhiteMapleS on 2008-09-24 14:02

โธ่...คุณหมงงงงง
แหม..ไม่ได้ว่าคุณหมงเลยน่ออออ
.
ออกจะเต็มใจตอบ
จริงๆ ตอนดูเดี่ยว 7 ก็คิดจะเขียนเรื่องนี้แหละ
พอเอาเข้าจริงๆ ก็ลืมเขียน ดีแล้วที่คุณหมงถาม
จะได้ตอบอย่างที่คิดทั้งหมด :)
.
โอ๋วววว....รักนะ จุ๊บๆ
open-mounthed smile

#13 By ArchmaniaC on 2008-09-24 16:12

ครับคุณครู



confused smile

#14 By iNum~* on 2008-09-24 19:26

จริงๆแล้วไม่ชอบเดี่ยว 7 แฮะ tongue ดูแล้วแอบหงุดหงิด

เมื่อก่อนเราก็ไม่เข้าใจนะว่าจะเรียนตรีโกณไปทำไมค้า
ถึงเวลาเมิงก็วัดเอาสิค้า

เมิงจะเรียนภาษาไทยอะไรนักหนาค้า ถึงเวลาก็พูดกันรู้เรื่องอยู่ดี


พอมาเรียนมหาลัยถึงเข้าใจว่า "มันเป็นพื้นฐาน" จริงๆ
ตอนนี้เราไม่ได้ใช้ตรีโกณ
แต่ตรีโกณ บวกลบคูณหาร ทำให้เรารู้ว่า เราเกลียดเลขเข้าไส้ (๕๕๕)
เข้าใจทุกสิ่ง

แต่ตอนนี้ที่ไม่เข้าใจคือ


จะให้ลงวิชาบูรณาการซ้ำๆกันในเรื่องเดิมๆทำไมเนี่ย?!


ปล1. รั้วเรียนภาคพิเศษค่ะ เค้าจัดมาให้ ก็ต้องเรียนๆไป ลงเพิ่มไม่ได้อีกตะหาก แย่ อยากเรียนอย่างอื่นด้วยอ่ะ angry smile
ปล2. แฟนรั้วก็เป็นอาจารย์มหาลัย บ่นเหมือนพี่เลยค่ะ เหอๆๆ open-mounthed smile

#15 By ฉันคือรั้ว on 2008-09-24 19:28

โอ่ะ
นานๆผมจะตั้งใจอ่านบลอคคนอื่นสักรอบ
สุดยอดครับ
ของอย่างนี้มันวัดกันได้จริงๆนะ
ซึ่งตัวผมนั้นก็จะเฉี่อยเหมือนกันยกเว้นว่าเรื่องไหนสนใจอย่างจะทำจริงๆ
ผมฏ้จะตั้งใจทำมากๆเลย
แต่ถ้าเฉยๆ ก็จะดองๆมันไว้ก่อนค่อยทำวันหลังละกัน
แต่ที่แน่ๆ เสร็จทันส่งโดยไม่ทำลวกๆแน่ๆ
(บางครั้งความตั้งใจไม่เท่าความรับผิดชอบจริงๆ ซึ่งผมเชื่อว่าหลายๆคนก็เป็นเหมือนผมถ้าต้องทำในสิ่งที่ตัวเองไม่สนใจ) cry

#16 By [=M e K=] on 2008-09-24 22:53

เหนื่อยเลย .. อ่านแล้วเครียดแฮะ -_-'
ชีีวิต ประถม มัธยม เรียนแล้วทั้งหมด มีแค่ 3 อย่าง
แต่คุ้มไปทั้งชีวิต

#18 By G.man on 2008-09-24 23:42

โดนใจ กำลังเครียดๆเรื่องพวกนี้อยู่พอดี
หนูจะสู้ใหม่อีกครั้งค่ะHot!

#19 By fuckingdark on 2008-09-25 00:18

จาก chocolate emotion นะคะ
บล็อคที่ใช้อยู่นี้เป็นดาร์กไซด์ค่ะ

#20 By fuckingdark on 2008-09-25 00:19

ชอบประโยคนี้มากเลยค่ะ

ผลการเรียนไม่ได้บอกว่าเราเก่งซักแค่ไหน เสมอไป ,,, บางครั้ง มันก็แค่ บอกเราว่า เรา...มีความรับผิดชอบขนาดไหน เท่านั้นจริงๆ

บางครั้งเด็กอย่างเราก็ได้แต่พยายาม ๆ ๆ ให้เต็มที่
อยากให้ได้เกรด เอ เอ เอ มาให้แม่ภูมิใจ
ถึงบางทีความรู้ที่ได้ มันจะมีแค่พอทำคะแนนสอบ
บางครั้ง เพื่อน ๆ ก็อาจจะแอบหมั่นไส้เราบ้าง
ที่คะแนนนำหน้าเพื่อนๆทุกวิชา บางทีเพื่อนพูดแซวๆอะไรมา
เราก็แอบน้อยใจบ้าง แต่ทำไมล่ะ ใครทำคนนั้นก็ควรจะได้
อนาคตของเรา เราก็ต้องทำให้มันดีที่สุดใช่มั้ยคะ
จนบางที . . เราก็รู้สึกว่า ชีวิตนี้ ความสุขมันอยู่ตรงไหน
เพื่อนๆอาจอิจฉาเรา ที่คะแนนเยอะ เกรดดี
แต่เพื่อนๆก็ไม่รู้หรอกว่า เราอิจฉาเค้าเหมือนกัน
ที่มีความสุขกับชีวิตได้ทุกวัน เฮ่อ
บ่นอะไรไม่รู้ อิอิ surprised smile

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร เราก็ต้องทำให้ดีที่สุดใช่มั้ยคะ confused smile

ถึงเราจะชอบ ไม่ชอบ แต่เราก้อต้องพยายาม sad smile

#21 By interviewz on 2008-09-25 00:40

ยังดูเดี่ยวเจ็ดไม่จบเลยค่ะ แต่ทันดูประเด็นนี้นะ
เฉยๆ กะที่พี่เค้าพูดเหมือนกัน เพราะเราคิดไม่เหมือนกัน confused smile

เขียนได้ดีจริงๆ ค่ะ

#22 By Bluemoon on 2008-09-25 02:48

มาอ่านมุมของครูดูบ้างbig smile big smile big smile Hot! Hot!

#23 By (^_^)/nana on 2008-09-25 09:24

3 ตัวนี้เน้นๆ เลย

ชอบครับ big smile

#24 By emustra on 2008-09-25 13:51

Hot!

อ่านแล้วเห็นด้วยที่สุดเลยครับ

confused smile

#25 By พงคุง on 2008-09-25 15:38

ใช่ครับ
เคยอ่านเจอว่า
เป็นนักบินอวกาศก็ไม่ต้องใช้หลายๆเรื่องนะ แต่ก็ยังต้องเรียนเหมือนเราๆท่านๆเนี่ยแหะลHot!

#26 By ยังคง... on 2008-09-25 17:49

อันนี้ถูกใจ confused smile Hot!

#27 By bellbell on 2008-09-25 18:01

Hot! Hot! Hot!
อ่านแล้วว ,,
TT^TT



โฮกกก
อยากกลับตัวกลับใจทันที




อิอิ*confused smile

#28 By mindkung on 2008-09-25 18:33

เพื่อนกับเราเห็นด้วยกับคุณเลย

จริงๆชอบดูเดี่ยวมากเลยนะ
แต่ก็แอบค้านกับตอนนี้เหมือนกันค่ะ
แล้วก็เรื่องกู-มึงด้วย

จริงๆก็ใช้พูดแบบนี้อยู่นะ
แต่รู้สึกว่ายังไงก็ไม่สมควรใช้พูดต่อหน้าสาธารณชนอยู่ดี


ปล. แอบอยากทราบค่ะ สอนสถาปัตย์หรือคะ
ปล2 เราเรียนสถาปัตย์ค่ะ และชื่นชมอาจารย์ที่สอนที่คณะที่สถาบันเราทุกคนเลย รู้สึกเหมือนกันว่าอาจารย์คณะนี้ สังเกตเด็กกันจริงๆ confused smile

#29 By dawinxx on 2008-09-25 23:15

^
^
#29 By dawinxx
.
.
ยิ้มแทนคำตอบแล้วกันนะค๊าาาาาาา
confused smile big smile

#30 By ArchmaniaC on 2008-09-26 08:42

ก็เคยคิดเหมือนกันแหละค่ะว่า

บางอย่าง
เรียนแล้วไม่ได้ใช้
แล้วให้หนูเรียนทำไมค๊า า..

แต่ก็ยังเรียนค่อไป อย่างไม่เดือดร้อน
มันอาจจะช่วยเราแบบอ้อมๆก็ได้มั้งคะsad smile

รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
^__________^
ฮ่ะๆๆๆๆ

#31 By ใครอ่ะ on 2008-09-26 14:17

อ่านแล้ว ฉึกมากเลยค่ะ - -

ปล.รีบกลับตัวกลับใจด่วน
Hot! Hot! ดาวค่ะ เห็นด้วย

อีกอย่างคือคนที่ชอบบ่นว่าทำไมไอ้ที่ชั้นเืลือกมันต้องยาก และเยอะ ทำไมมันน่าเบื่ออย่างนี้ ทำไมมันถึงหินขนาดนี้ ...อยากจะบอกเหลือเกินว่า ถ้าเลือกแล้วเข้าไปเรียนจริงๆแลว สาขาไหน วิชาไหนก็ต้องหินทั้งนั้น เพราะว่าคุณต้องเรียนจนกว่าจะรู้จริงนี่คะ บางอันดูเหมือนจะไม่เกี่ยวเลย (ตอนรุเรียน เรียนเอกชีวะแท้ๆ แต่ดันได้เรียนวิชาพื้นฐานกวาดทั้ง เคมี ฟิสิกส์ สถิติ คณิตศาสตร์ สิ่งแวดล้อม นิเวศน์วิทยา จุลชีวะ ชีวเคมี เคมีอินทรีย์... สรุปคือเหมารวมหมดเลย - -") แต่สุดท้ายก็ดีใจที่ได้สัมผัสทุกฟิลด์ทั่วไปหมด

เพราะเข้ามหาลัยเราอยากได้ประสบการณ์ที่มากกว่าแค่ตำราวิชาเอกของเรานี่คะ

ไอ้ความรู้สึกที่ว่า ต้องมานั่งทำงานหามรุ่งหามค่ำ อ่านหนังสือไม่ได้นอนนี้แหละ ที่กลับมานึกแล้วสนุกนัก





ป.ล. ตอนนี้อยู่ป.โท งานเยอะจนแทบร้องไห้ แต่ก็ดีใจที่ได้ทำค่ะ เพราะรู้ว่าเมื่อมองย้อนกลับมาคงจะภูมิใจ

#33 By hikaru on 2008-09-27 15:14

สุดยอดดดดดดดด
ความจริงแล้ว
ดูเดี่ยวเจ็
ไม่ใช่แค่...ขำ
ฮา...เลยซักนิด

#34 By N' Pepper on 2008-09-28 10:08

ของจริงทั้งนั้น อ่านแล้วได้ใจจริงๆ อาจารย์พี่

#35 By ฟอ - เฟิน (118.173.135.13) on 2009-08-12 14:34