ไม่รู้แต่คิดว่ารู้ ทำไม่ได้แต่ไม่ถาม คือเหตุของความหายนะ
posted on 11 May 2008 10:41 by archmania in What-a-Lifeที่จริงเวลานี้ควรจะเริ่งสปีดทำงานเต็มสูบ เนื่องจากว่าไม่มีอะไรเสร็จซักอย่าง พรุ่งนี้ก็มีงานที่ต้องส่ง 2 อย่าง ทั้งงานหลวงและงานราษฎร์
.
แต่ไหนๆ ระหว่างเสียเวลานั่งดู Coffee Prince แล้ว ...งั้นก็อัพบล๊อกเลยละกันเนาะ
.
.
สืบเนื่องมาจากเอนทรี่ของคุณบิค ที่ไขความกระจ่างของความแตกต่างระหว่าง "นิยาย" และ "นวนิยาย"
ไม่ใช่ค่ะ.... มิได้ตั้งใจอ้างอิงถึงเนื่อความตรงนั้นแต่อย่างใด ... แต่อ้างอิงถึงประโยคสุดท้ายของคุณบิคในเอนทรี่นั้นต่างหาก
.
"วันหลังผมจะไม่ยอมโง่อยู่เงียบๆ อย่างนี้อีกแล้วครับ
"
.
.
แก่ป่านนี้แล้ว.....ก็ยังเป็นบ่อยๆค่ะ
คนฉลาด แต่ขี้เกียจ...ไม่ดี
คนโง่ แต่ขี้เกียจ...ก็ไม่ดี
แต่.....คนโง่ แต่ขยัน.......นั่นยิ่งไม่ดี
.
.
เพราะว่า...คนโง่ ที่ไม่ยอมสร้างความฉลาดให้กับตัวเอง.....แล้วยังดึงดัน ทู่ซี้ ตะบี้ตะบันทำงานต่อไป โดยไม่รู้อนาคต อาจสร้างความเสียหายได้มากกว่าโง่แล้วอยู่นิ่งๆ
.
.
ตอนนี้น ข้าพเจ้าเป็นคนประเภทนั้นค่ะ.........โง่....แต่ขยัน (ที่จริงน่าจะใช้คำว่าดึงดันมากกว่า)
เมื่อมองย้อนกลับไปพบว่า.... หลายอย่างที่ล้มเหลว ทำไม่สำเร็จ เป็นเพราะนิสัยสันดานแบบนี้ของเราทั้งนั้น
.
.
ไม่ได้ชมตัวเองว่าขยันนะ....แต่ประโยคนั้นของคุณบิค ที่เคยสงสัยอะไรบางอย่าง แต่ไม่เคยถามหรือหาคำตอบ.... จนวันที่มีคนอื่นนำคำตอบมาป้อนถึงปาก........ เพียงแต่ผลของมันไม่เลวร้าย เพราะมันไม่เร่งด่วนจำเป็นสำหรับคุณบิคในตอนนั้น
.
.
แต่ความเสียหายระดับนาร์กิสที่ถล่มข้าพเจ้าอยู่ในเวลานี้ เป็นเพราะความละเลยโง่ๆ ของตัวเอง
อันได้แก่.......... ไม่พยายามสื่อสารกับคนอื่น
ได้แก่ ..........ไม่รู้แล้วไม่เจือกถาม
ได้แก่..........คิดว่าจัดการได้ ทั้งที่ทำไม่ได้
ได้แก่...........รับปากมั่วๆ (อ้างว่าปฏิเสธไม่ได้) ...รับงานเกินตัวแต่ก็ยังคิดว่าน่าจะทำได้ (เหรอ)
ได้แก่..........มองเห็นแต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่ไม่เคยมองภาพรอบๆ ตัว
ได้แก่.......... โง่....แล้วอวดฉลาด..... แล้วยังไม่ยอมปล่อยวาง
.
.
ทำให้งานตอนนี้ไม่เสร็จซักกะอย่าง.... ถูกลูกค้าด่า.... งานหลวงไม่เดิน งานราษฎร์ไม่ไปไหน....
แม้ว่าจะนอนวันละสามชั่วโมง... ถ่างตาหน้าคอมตลอดเวลา...... เหมือนทำงานตลอดแต่ไม่ไปถึงไหน
วนเวียนแก้..ในสิ่งที่ตัวเองก็ไม่รู้ และก็ทำไม่ได้.... อยู่คนเดียว.... (นี่มันกบในกะลาที่ถูกวางทับด้วยม้าหินเลยนะนั่น)
เหมือนเล่นฟุตบอล แล้วพยายามลุยเดี่ยว ไม่ยอมส่งต่อให้ผู้เล่นคนอื่น ทั้งๆ ที่เจอทางตัน....แล้วจะทำประตูได้ยังไงคะ? ......... โชว์เดี่ยวก็ไม่ดัง ทีมเวิร์คก็ไม่ดี......... สุดท้ายคงต้องปิดสโมสร
.
สรุปว่าสร้างความเสียหายถึงตัวบริษัท...และเสียเครดิตของตัวเอง
เครียดจนเอ่ยปากขอลาออกจากบริษัทที่เริ่มปั้นมากับมือ..เพราะเกรงจะทำให้เสียหายไปมากกว่านี้
.
.
แต่เวลานี้ดีขึ้นแล้ว แง้มกะลาพอเห็นแสงลอดเข้ามารำไรนิดนึงแล้วค่ะ
....เพราะยอมอ้าปากถาม.....ยอมรับความจริง.....มองเห็นปัญหา.....และคิดว่า (น่าจะ) มาถูกทาง.....
ที่เหลือก็แค่....ยอมรับผลเสียที่มันเกิดขึ้นมาแล้ว....และทำส่วนที่เหลือต่อไปให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
.
.
ความล้มเหลว.....คงจะสร้างคนที่เป็นผู้เป็นคนได้อีกคน (ตรงนี้) ล่ะมั้ง
.
.
เนาะ
.
.
เป็นกำลังใจให้ตัวเองละกันหว่ะ (เอางั้นเลยย?????)
.
.
ปล.
ขอบใจเพื่อนส้มและเพื่อนบุษ....... ที่เป็นกำลังใจและให้อภัยหุ้นส่วนง่าวๆ คนนี้เสมอเน้อ....
ถ้าไม่ใช่เพื่อนทั้งสองคน.... ก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าชีวิตจะเป็นยังไง
ขอบใจ...และ ขอโทษนะเว่ย........
#1 By wesong on 2008-05-11 11:21