เฉียดหัวใจ...

posted on 07 Apr 2008 23:35 by archmania  in Arch-ticles

อะ......ไม่ใช่เรื่องความรักกุ๊กกิ๊ก เฉียดหัวใจนะคะ.......

คิดอยู่นานเหมือนกันค่ะ ว่าจะเขียนเรื่องนี้ดีหรือเปล่า... ออกจะส่วนตัว และอาจไม่ฮา..... แต่คิดว่าเหตุการณ์นี้ทำให้คิดอะไรได้หลายๆ อย่างเลย......

.

.

เมื่อวันที่่ 3-5 เม.ย. ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าไปสัมมนาที่กาญจนบุรีค่ะ โฮมพุเตย... สวยมาก เสียดายที่เป็นหน้าร้อน ประกอบกับตั้งอยู่ในหุบ... อากาศค่อนข้างปิด และเป็นจุดอับสัญญาณโทรศัพท์

คนที่รู้จักข้าพเจ้าจะรู้ดีว่า ข้าพเจ้ามีสันดาน...เอ่อ...นิสัยอย่างหนึ่งคือ ไม่ชอบพูดโทรศัพท์ ถ้าไม่จำเป็น... แถมถ้าอยู่ไกลมือ ถึงได้ยินก็ไม่ค่อยรับ.... นอกจากจะยิงรัวมาแสดงว่าคนโทรมีธุระจริงๆ ... แถมถ้าเห็น miss call ก็ไม่โทรกลับอีกด้วยแหน่ะ........ ยิ่งเบอร์แปลกๆ เลิกคิดได้เลยว่าจะโทรกลับ ไม่มีทาง (ชิมิ คุสะ??)

.

.

คืนวันแรกที่ไปถึง ใกล้เที่ยงคืน... เคลิ้มหลับไปแล้วล่ะ ..แต่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ ... ยิงมาแล้วก็เงียบ .... เปิดดูพบว่าเป็นเบอร์ลูกพี่ลูกน้อง (ลูกของอา) ครอบครัวของเราค่อนข้างใกล้ชิด และสนิทกัน.... ก็ไม่ได้คิดอะไร..แต่ก็กดโทรกลับไปหามัน...(แหม ...ปกติไม่โทรแน่ๆ แต่ไม่รู้ทำไมถึงกดกลับไปโดยไม่คิดอะไรเลย)

.

"ว่าไง..."

"พี่นิด.... พ่อถูกน้องแม่แทง.............ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล xxx"

"ห๊า............"

"พี่นิดรอลุงใหญ่กับป้านัน (หมายถึงพ่อกับแม่ของข้าพเจ้า) กลับมาก่อนแล้วค่อยมาก็ได้"

"เออๆ"

.

พูดได้แค่นั้น...... ข้าพเจ้าก็นึกสงสัยว่า ไอ้น้องนี่ท่าทางจะโทรหาพ่อกับแม่ของข้าพเจ้าไม่ได้... ข้าพเจ้าเลยยิงรัวเลย ทั้งเบอร์บ้าน เบอร์พ่อ เบอร์แม่.......

.

.

ไม่มีใครรับ.......!!!!!!!!!

ไปไหน ไปไหน ไปไหน..... เบอร์ข้างบ้านก็ไม่มี ........ไปไหน ไปไหน

ข้าพเจ้าหมดที่พึ่ง .....โทรไปถามอาการน้องเป็นระยะๆ ...โทรไปหาพี่ชายที่ทำงานอยู่ลาว..ทั้งๆ ที่รู้ว่าคงไม่ช่วยอะไร..... แค่อยากให้ช่วยยิงโทรศัพท์หาพ่อกับแม่ นี่ถ้าข้าพเจ้าอยู่กรุงเทพคงขับรถพุ่งไปเลยแน่ๆ .....แม้ว่าพ่อกับแม่จะไม่อยู่

.

.

ตี่ 1 เสียงพ่องัวเงียรับโทรศัพท์ เมื่อแจ้งข่าว... ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์บ้านดัง... คงเป็นพี่ชายข้าพเจ้าโทรมา.... ปรากฏว่า...พ่อกับแม่วางมือถือไว้นอกห้องนอน แถมโทรศัพท์บ้านเครื่องข้างล่างเสีย เลยถอดเอาเครื่องในห้องนอนลงไปไว้ชั้นล่างแทน......คนโทรก็โทรเข้าไปสิ.....จะได้ยินมั้ย

แม่มาบอกทีหลังว่า ตอนใกล้ๆ เที่ยงคืน ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์อยู่ แต่แม่ก็เป็นคนแบบเดียวกับข้าพเจ้า.... รำคาญ จะอะไรนักหนา ดึกป่านนี้ ไม่ได้นึกเฉลียวใจซักนิด... จนพ่อรับนั่นแหละ ถึงรู้เรื่อง

ก็...... เบาใจไปเปลาะนึงว่าไม่ต้องห่วงแล้ว เพราะพ่อกับแม่คงเป็นธุระให้.... แต่ทำเอานอนไม่หลับ แทบจะขอกลับในวันรุ่งขึัน แต่ไม่มีรถ..... การสัมมนาเป็นไปด้วยความเรื่อยๆ .... พยายามเก็บความกังวลไว้จนมาถึงกรุงเทพ

.

.

เรื่องของเรื่องคือ... น้องสาวของอาสะใภ้ ที่มีอาการทางจิตซึ่งอาการจะกำเริบเป็นครั้งคราว แต่สามารถใช้ชีวิตปกติได้ มีงานทำ เค้าไปนอนค้างที่บ้านอา (ทุกวันพฤหัส-ศุกร์ เพราะต้องไปทำงานแต่เช้า)

แต่วันนั้นทะเลาะอะไรกันก็ไม่แน่ใจ เหมือนว่าเค้าไปนอนที่บ้านอา แล้วก็ทะเลาะกับพี่สาวตัวเอง .... อาเห็นว่าเสียงดัง เลยลงมาห้าม ก็....คงมีตีกันมั่งละมั้ง..... แต่ฝ่ายหญิงไปคว้ามีดมาแทงที่หน้าอก.....พอล้มคว่ำไป ก็แทงที่หลังซ้ำอีก... จนไอ้น้องชายโทรแจ้งตำรวจ และช่วยกันพาไปส่งโรงพยาบาล

... ส่วนเจ้าน้องสาวคนเล็กก็ไม่กล้าออกจากห้อง ร้องไห้ตัวสั่น ตาบวม  เพราะน้องแม่ยังอยู่ชั้นล่าง...จนตำรวจมาพาตัวไปเพื่อนบ้านถึงช่วยลงมาได้

น้องสาวของอาสะใภ้คนนี้เคยมาอาละวาดที่บ้านของข้าพเจ้าครั้งนึง....หลายปีมาแล้ว..... จำได้แม่นเลย...ถือมีดเหมือนกัน.... ด้วยเหตุที่ว่า อาสะใภ้โอนเงินไปให้ช้ากว่ากำหนด 1 วัน..... ซึ่งพอแม่ของข้าพเจ้าเข้าไปห้าม ก็โดนด่ากลับสาดเสียเทเสีย จนต้องไล่เค้าออกจากบ้านไป .....โชคดีที่วันนั้นไม่มีใครโดนมีด......ไม่งั้นคนที่ร้องไห้อาจเป็นข้าพเจ้าเอง

.

.

ตอนโทรหาแม่ตอนเช้า เแม่บอกว่า...แทงเฉียดหัวใจมาก.....แต่ตอนแรกไปโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง เค้าแค่ทำแผลด้านหน้าให้ แล้วก็ปล่อยให้นอนอย่างนั้นอยู่วันหนึ่งเต็มๆ เลือดก็ไหลตลอดเวลา... มือเท้าเย็น ความดันต่ำ

(แม่แอบกระซิบทีหลังว่า....มันใกล้มากจนหวั่นใจว่าจะไม่่รอดจริงๆ) 

สุดท้ายทนไม่ไหว ทำเรื่องย้ายมาโรงพยาบาลเอกชน โดยสังเกตอาการอยู่ในห้อง ICU คืนนึง..... ดูดเลือดออกจากปอด.... เย็บแผล.......ตอนนี้อาการก็ดีขึ้นแล้ว... แต่พูดนานไม่ได้ มีเหนื่อย....

.

.

โชคดีที่อาเพิ่งจะทำประกันชีวิตแค่เพียงเดือนหรือสองเดือนก่อนหน้านี้.... จากที่ไม่เคยทำ.... คงพอลดค่าใช้จ่ายไปได้่ส่วนหนึ่ง และเป็นที่เบาใจว่าสามารถเข้าโรงพยาบาลเอกชนได้

..ซึ่งมารู้ทีหลังว่า ที่อาสะใภ้พาไปโรงพยาบาลรัฐในตอนแรกนั้น เพราะไม่มีเงิน (ทั้งๆ ที่ปกติ เป็นครอบครัวที่ใช้เงินกับการเที่ยว กินอาหารนอกบ้าน ซื้อเสื้อผ้าฟุ่มเฟือย แม่ของข้าพเจ้าก็แอบบ่นให้ฟังบ่อยๆ..... ตอนนั้นคนที่ประหลาดในความคิดของข้าพเจ้าคือแม่นี่แหละ......มีเงินก็ใช้สิ......ซื้อความสุขให้ตัวเอง จะอะไรนักหนา)

.

.

เรื่องนี้สอนอะไรหรือคะ?????.....เยอะเลยล่ะ

.

.

เรื่องแรก.....โทรศัพท์เก็บไว้ใกล้ตัว รีบรับ เผื่อมีเรื่องฉุกเฉิน...ไม่ได้มีไว้คุยเรื่องไร้สาระเสมอไป.... โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นเวลาที่ผิดปกติ...อย่าละเลย.... ถ้าเป็นโทรศัพท์ไร้สาระ ก็พอจะปลีกตัวได้ทีหลังนะ...

.

เรื่องที่ 2 ควรมีเบอร์โทรศัพท์คนข้างบ้านไว้ด้วย เผื่อกรณีฉุกเฉิน ..... เราเองก็กังวลว่าทำไมติดต่อพ่อกับแม่ไม่ได้ซักเบอร์...... แทนที่จะกังวลเรื่องอาเรื่องเดียว แต่กลับคิดว่า เกิดอะไรกับพ่อแม่ด้วยรึเปล่า....

.

เรื่องที่ 3 ควรเก็บเงินไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินแบบนี้ ..... ใครจะไปคิดคะ ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดกับครอบครัว คนใกล้ตัวเราขนาดนี้.......ต้องกันเงินไว้ส่วนหนึ่งเลยล่ะ..............

.

เรื่องที่ 4 ถ้าไม่ลำบาก ทำประกันชีวิตเถอะค่ะ.........ก็เหมือนเราออมเงินไว้ส่วนหนึ่ง..... ถ้าอาไม่ได้ทำประกันไว้ รับรองว่ายังอยู่ที่โรงพยาบาลแรกไม่รู้ว่าหมอจะมาเมื่อไหร่ ....ไม่อยากจะคิดภาพเลยว่าจะเป็นยังไง

.

เรื่องที่ 5 ดูแลญาติพี่น้องให้มีความสุขตามสมควร เท่าที่รู้...ลูกอาทั้ง 2 คน ไม่ค่อยรักน้าสาวคนนี้ เพราะรังเกียจว่าสติไม่ดี (สังเกตว่าไม่เรียกน้า แต่เรียกน้องแม่) ... เวลาไปนอนที่บ้านก็ให้เค้านอนร้อนๆ ยุงกัด... พอเค้าจะไปนอนในห้อง เด็กๆ ก็ไม่ชอบ... เลยให้แม่มาไล่ ส่วนพ่อพอเห็นเสียงดังก็เลยลงมาช่วย.....กลายเป็นเรื่องใหญ่โต

ถ้าข้อเท็จจริงเป็นอย่างที่ฟังมา... แค่อยากจะบอกว่า ....ถ้าเค้าเป็นเคสที่เลวร้ายจริงๆ หมอคงไม่อนุญาตให้ออกมาใช้ชีวิตประจำวันแบบนี้ ถ้าหากว่าครอบครัวดูแลเค้าอย่างที่พึงเป็น... อย่างญาติ ... ให้เค้านอนในห้องดีๆ แค่สัปดาห์ละคืนสองคืน ไม่น่าลำบาก...... นี่เค้าคงคับแค้นใจอยู่เหมือนกัน.....

แต่อย่างว่า....คนมีอาการทางจิต เราคงเดาอารมณ์ไม่ได้..ทางที่ดีคือทำให้เค้าอารมณ์ดี.... อย่าให้เค้าเสียสติ น่าจะปลอดภัยทั้งกับตัวเราเอง และตัวเค้าด้วย...... อย่างน้อยเค้าคงรับรู้ได้ว่าใครดีใครร้ายกับเค้า (ละมั้ง)

.

.

ที่จะเล่าก็คงมีเท่านี้.........

เกือบจะร้องไห้......เพราะอาคนนี้แหละที่เลี้ยงข้าพเจ้า.... แล้วก็เอาความคิดให้เรียนสถาปัตย์ยัดใส่หัวตั้งแต่เด็ก.....

.

.

หายไวๆ นะคะ...... หนูจะเป็นธุระให้เอง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โอ้ - - ไม่พูดไม่ออกครับ ผมมันพวกเดียวกันเลยครับ ไม่ค่อยรับโทรศัพท์ ล่าสุด พ่อกับแม่ต้องออนเอมมาคุยด้วย -*-
แต่อย่างว่า คนมีอาการทางจิต ก็ควรจะรักษานะครับ ที่นี่มี หมอโรคจิต นะ sad smile

#1 By หมีขั้วโลก™ on 2008-04-08 01:49

ขอให้คุณอาหายไวไวค่ะ surprised smile

#2 By iDoi* on 2008-04-08 07:12

โอยยย ยังไงก็ฝากความเป็นห่วงไปด้วยนะครับ

#3 By -o- Jotakun -o- on 2008-04-08 08:48

น่ากลัวแต่ก็ให้ข้อคิดๆมากๆconfused smile

#4 By wesong on 2008-04-08 09:14


อ่านแล้วก็เครียดนะครับ
โดยเฉพาะเรื่องที่ 5!
ถ้าเราอยากให้ใครต่อใครทำดีกับเรา
เราก็ต้องทำดีกับทุกๆ คน ให้ดีที่สุดสินะครับ
บุญรักษาครับ

#5 By AkE on 2008-04-08 09:17

เป็นคนไม่ค่อยชอบรับโทรศัพท์ เวลายุ่ง ๆ เหมือนกัน
แต่บางที ก็ตัดใจรับ เพราะกลัวพลาดเรื่องสำคัญนี่แหละsad smile

#6 By rokjitjung on 2008-04-08 11:42

เศร้าใจ..ด้วยนะ
แต่ก็นะ พี่พยายามบอกไง ว่าโทรไปให้รับสักนิดก็ยังดี
เพราะถ้าโทรแล้วไม่รับ พี่เป็นห่วงมากนะ..
บางครั้งจนปวดหัวไปเลย เพราะกลัวน้องจะมีอุบัติเหตุนะ...open-mounthed smile

#7 By godz (125.25.73.170) on 2008-04-08 12:10

ผมเป็นคนชอบรับโทรศัพท์มากครับอาจารย์ มันตื่นเต้นดี แต่ไม่ค่อยชอบคุยนานเท่าไร ถ้ามันเป็นแบบที่บอกมาก็ดีน่ะสิ เพราะตอนนี้มันไม่ค่อยมีใครโทรเข้ามาเลยครับอาจารย์ sad smile Hot!

#8 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-04-08 12:47

ความซวยมันมักจะมาเป็นแพคเก็จ ตลอดคับพี่
บางครั้งก็มีช่วงโปรโมชั่นเสริมด้วยนะคับbig smile

#9 By seaugpor on 2008-04-08 14:53

อ่านแล้วขนลุกเลยค่ะ ...
เรารู้สึกว่า ถึงคนที่เขาสติไม่ดี เขาก็ยังรับรู้ถึงการกระืทำองคนที่หวังดี และหวังร้ายกับเขา ..
ถึงเขาจะสติไม่ดี แต่เขาก็ยังเป็นคน !

คนที่ต้องการความรัก ความเอาใจใส่จากคนในครอบครัว
เราว่าเรื่องนี้อุทาหรณ์เยอะเลยค่ะ
ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ

#10 By {CODE;4079} on 2008-04-08 20:25

อาจารย์ช่วงนี้ชีิวิตอาจารย์ดูวุ่นๆ นะครับ

ปล. ขอให้คุณอาหายไวๆ นะครับ

#11 By WhiteMapleS on 2008-04-09 09:51

น่ากลัวแฮะ ผมก็ไม่ค่อยได้รับมือถือ แต่ผมโทรกลับ

ยังไงก็ให้ข้อคิดมากๆเลยครับ

ปล. อย่าลืมเก็บมีดให้มิดชิดดีกว่ามั้งครับ

#12 By คนธรรมดา on 2008-04-09 15:18

อันตรายสำหรับคนรอบข้าง
แต่ก็น่าสงสาร เคยเจอคนที่คุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้
ที่ทำงานก็มีเยอะ บางคนทำอะไรไปไม่รู้ตัว
บางคนรู้ตัวแต่หยุดไม่ได้

โลกใบนี้ช่างกระไรจริงๆ

#13 By จั่นเจา on 2008-04-09 21:21

อ่านแล้วน่ากลัวมากเลย
ดูใกล้ตัวมากมาย
ขอให้คุณอาหายไวๆนะคะ
สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ

#14 By ยายแม่บ้าน on 2008-04-10 18:59

โอยย อ่านแล้วจะเป็นลม ค่ะ

ยังไงก็ขอให้คุณอา หายดี หายเร็ว ๆ นะคะ

#15 By friday on 2008-04-11 13:26

ได้ข้อคิดมากมายเลยครับ ผมก็ไม่ค่อยชอบรับโทรศัพท์เหมือนกันอ่ะ ต่อไปนี้ต้องคิดใหม่แล้ว

ป.ล. ไปสัตหีบ ฝากข้อความไว้ใน ems ได้นะครับ ถ้าว่างจะไปบริการให้ครับ

#16 By เจ้าชายน้อย on 2008-04-11 23:21

สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ

#17 By เจ้าชายน้อย on 2008-04-13 09:08

หัว หลูด ไต่!! ย๊าก!! ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

อิอิ สาดอีกๆ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ
ขันน้ำ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ

#19 By wesong on 2008-04-13 20:09

คุณอาหายเร็วๆนะค่ะ
รู้เลยว่า โทรศัพท์สำคัญมากๆ
เพราะเคยรถชนอยู่แล้วไม่ได้เอาโทรศัพไป
ไม่รู้จะทำไงเลยค่ะ

หวัดดีปีใหม่ไทยนะค่ะ
ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ