ฟู่วส์....... ได้ฤกษ์ลงโลง....เอ่อ..... ลงโรง เสียที สำหรับตอนสุดท้ายของ มหาเอนทรี่ไตรภาคที่สุดของความอภิมหาอลังการแห่งสยามประเทศ

.

.

เอนทรี่นี้ สนับสนุนโดย โอย โอย

ห้างขายเครื่องเขียน ตงเอียง จิปาถะ สหกรณ์ศิลปากร ส.ปริญญาขอนแก่น ..... และ ..ร้านอื่นๆ ที่เด็กถาปัดนิยมอุดหนุนๆๆๆๆ (อ้างชื่อเค้า...........จะโดนฟ้องมิ?)

.

.

ทำใจเสนอ เอ๋อ เอ๋อ เอ๋ออออออ

ฝึกไว้ให้เนียน ก่อนเรียนถาปัด ภาค 3 : สลักไว้ในกมล อน อน อน อน อน

.

.

จากเอนทรี่ก่อนหน้า ปฐมภาค : ปรับทัศนคติ เพื่อทำความเข้าใจการเรียนและวิชาชีพสถาปนิก  ต่อด้วย ภาคที่สอง : เตรียมกายและใจให้พร้อม สำหรับน้องๆ ที่ยังมุ่งมั่นที่จะเรียนถาปัดได้เตรียมตัวก่อนสอบ

มาถึงภาคที่สาม...  ภาคสุดท้าย : สลักไว้ในกมล .. สำหรับน้องๆ ที่หลวมตัวก้าวล่วงมาอยู่ในวงจรโรงเรียนถาปัดแล้วอย่างช่วยไม่ได้ ฉุดไม่อยู่ ... จะมีวิธีการฝึกวิทยายุทธตัวเองอย่างไร ให้เรียนได้สบายๆ สนุกๆ

.

.

1. พกสมุดไม่มีเส้นเล่มเล็กๆ หนาเหมาะๆ มือ ไว้กับตัวเสมอ

ฝึกเป็นคนช่างสังเกต บันทึก จดจำ รายละเอียดที่น่าสนใจไว้ จดสิ่งน่าสนใจที่แว่บผ่านเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัวไว้ ถ้าจะให้ดี ควรบันทึกด้วยการสเก็ตช์ ลายเส้นง่ายๆ ชี้โยงบรรยายสั้นๆ ช๊อตโน้ต... เป็นการฝึกมือไปด้วย ฝึกสื่อความหมายด้วย graphic ไปด้วย เพราะต้องใช้เวลาสั้นๆ แต่เมื่อกลับมาดูอีกครั้งต้องเข้าใจง่าย ... หรือเมื่อคิดงานไม่ออก พักสมองด้วยการเดินเตร็ดเตร่แถวทองหล่อ.. แล้วอยู่ๆ เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา....ตายละวา.... จะเก็บไว้ไหน... ก็จดลงไอ้สมุดทำมาหากินเล่มนี้ล่ะค่ะ....น้องๆ จะได้สร้างคลังสมบัติสมองเล่มเล็กๆ

แล้วทำไมไม่ใช้กล้องถ่ายรูปล่ะ?

กล้องดิจิมอนตัวเล็กๆ พกไว้ก็ดีค่ะ ...ข้าพเจ้าเองก็พก ...เวลาไปไหนเจออะไรเจ๋งๆ พวก space สวยๆ ... ตกแต่งเทพๆ ... วัสดุใหม่ๆ ... โครงสร้างไฮโซว ... ข้าพเจ้าก็จะเมมโมรี่ ตรู๊ดๆ ลงกล้องทันที...... เห็นภาพของจริงด้วย

แต่ข้อเสียของมันก็คือ สมมติว่า น้องบางคนยังไม่สามารถพกกล้องได้ด้วยตัวเอง หรือมีแต่กล้องไซส์บิ๊กเบิ้ม ไม่สะดวกต่อการพกพา ... การพกสมุดก็ช่วยได้เยอะค่ะ ... อีกอย่าง เวลาที่เราอยากบันทึกส่วนไอเดียของเราลงไป กล้องดิจิม่อนทำไม่ได้นะคะ ... เก็บอย่างเดียว ... จัดการไม่ได้......   

ทางที่ดี พกทั้ง 2 อย่างค่ะ ถ้าเป็นไปได้

.

.

2. เสพ.....ติด.......สิ่งเสพติด

สิ่งเสพติดในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง เครื่องดื่มบำรุงกำลังจำพวกกระทิงเถื่อน คาราบาวม่วงนะคะ (นั่นหน่ะ หาเสพกันเองตอนทำแบบไฟนอลกันทุกชิ้นอยู่แล้วหนิ)  แต่หมายถึง เสพสื่อทุกชนิดที่มีงานสถาปัตยกรรมดีดีอยู่ รวมถึงการท่องเที่ยวไปที่ต่างๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ แม้กระทั่ง..... การเดินเที่ยวห้างสวยๆ ในบางกอกเรา

สิ่งที่พึงกระทำเป็นนิจศีล ก็คือ... ถ้าเข้าห้องสมุด เปิดเว็ป เปิดหนังสือ เจอของที่สนใจ .... จด วาด ให้เป็นนิสัย .... ขอบอกเลยว่าปัญหาของการเรียนถาปัดอย่างหนึ่งคือ "การแปลแนวความคิดให้เป็นงานสถาปัตยกรรม" ... ซึ่งส่วนใหญ่คอนเส็ปฮายโซว .... แต่พอออกมาเป็นตึก.....โอว..... สลัม.....

ข้อนี้ต่อเนื่องจากข้อ 1 ค่ะ .... เมื่อเจอ form ดีๆ mass สวยๆ space เจ๋งๆ..... จงจด วาด สเก็ตช์ ลงบนสมุดทำมาหากิน จะเป็นเล่มเดียวกับข้อ 1 (จะได้ไม่ต้องพกหลายๆ เล่ม) หรือจะเป็นเล่มใหม่ สำหรับสะสมไอเดียโดยเฉพาะก็ได้ ...

รู้ไหมคะ สมุดเล่มทั้งสองเล่มนี้จะเป็นเดชคัมภีร์เทวดาของเราเลยล่ะ ลองทำตั้งแต่ปี 1 นะ... พอถึงปีสูงๆ จะพบว่า... เฮ้ย เอามาใช้ได้เยอะเลย ทิปส์นี้ข้าพเจ้าได้มาจากรุ่นพี่ค่ะ .... คนเดียวกับไอ้ผนังหมีแบกในเอนทรี่เก่าเนี่ยแหละ ตอนนี้ได้ดิบได้ดีอยู่เมืองจีนแระ

.

.

3. รู้พอเพียง รู้จบ รู้จับเวลานับถอยหลัง

การเรียนถาปัดส่วนใหญ่จะมีวิชา project design เทอมละ 2 ชิ้น .... เริ่มเรียนตั้งแต่ปี 1 เทอม 2 จนถึงปี 4 เทอม 2 หรือ ปี 5 เทอม 1 ก็แล้วแต่มหาลัยนะคะ แต่ดูสิคะ กว่าจะถึงทีสิส (วิทยานิพนธ์) .... เราทำไปกี่โปรเจ็ก 14-16 ชิ้นแหน่ะ......

ปัญหาของเด็กที่ทำทีสิสและโปรเจ็ก คือ ทำงานไม่ทัน .... ทำไมหนอ?

สาเหตุแรก ::: เพราะเราไม่เคยรู้กำลังตัวเองค่ะ ว่าใช้เวลาเท่าไหร่ในการผลิตผลงานขั้นสุดท้ายจึงจำส่งทันเวลา

อย่างข้าพเจ้ารู้ตั้งแต่เรียนประมาณปี 3 ค่ะ เริ่มสังเกตเห็นว่าส่วนใหญ่ตัวเองจะใช้เวลาผลิตงานประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนส่ง.... เริ่มตั้งแต่แก้แบบไป ดราฟท์แบบไป จนถึงพรีเซนต์ ทำโมเดล

ลองจับเวลาทำงานของตัวเองแต่เนิ่นๆ ค่ะ ปี 1 อาจจะไม่ได้ผลเท่าไหร่ เพราะอาจจะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุดคิดงานและเริ่มผลิตแบบได้แล้ว...... ปี 1 เนี่ย บ้าพลัง.... เขียนแบบผิดเส้นนึงนี่ แทบจะเปลี่ยนกระดาษ (เจอเข้าไปแผ่นละ 35...... หลังๆ เลยใช้ขูด...... ยิ่งปีแก่ๆ นี่.... ลิขวิดเลยครับ ถ้าไม่ใช้สีน้ำ)

ซักปี 2 น่าจะรู้กำลังตัวเองแล้ว ... พอใกล้ๆ ส่งงาน ให้ทำตารางงาน schedule ของตัวเอง... วันนี้ทำแปลน พรุ่งนี้รูปด้าน มะรืนรูปตัด อีก 2 วันทำโมเดล.... แล้วก็พยายามทำให้ได้ตามกำหนด ยืดหยุ่นได้พอควร ก็จะทำงานเสร็จตามเวลาค่ะ .... ถ้ารู้กำลังขนาดนี้ รับรองทำงานเสร็จทันเวลาทุกโปรเจ็ก ถ้าโปรเจ็กไหนเวลางวดมากๆ ถึงขั้นต้องกำหนดกันเป็นชั่วโมงเลย 

อ่อ....... พยายามคิดซะว่ามือปืนอาจจะไม่ว่างนะคะ...... ถ้ามันว่างมาช่วยก็สบายไป แต่ถ้าไม่มา ทำเองก็ได้ (ไม่ชิลเท่าไหร่ แต่ก็พอไหวน่ะ)

สาเหตุที่สอง :::: ไม่รู้จักพอค่ะ

เวลาพัฒนาแบบเนี่ย คิดให้สุดๆ ..... แก้ไปเรื่อยๆ จนเหลือเวลาที่เราพอจะผลิตงานได้ทันให้หยุดค่ะ จบตรงนั้นแล้วผลิตอย่างเดียว....... มิฉะนั้น......ก็จะทำงานไม่ทันเหมือนเดิม ใครผลิตงานเร็ว ก้มีเวลาคิดสะระตี่ยาวกว่า ใครรู้ตัวว่าผลิตงานช้า ก็ต้องรีบจบไอเดียก่อน เป้นอย่างนั้น

อย่าลืมว่า ไม่มีอะไรที่สามารถตอบโจทย์ได้สมบูรณ์แบบ เพอร์เฟ็กต์ที่สุด ไม่มีวันผิด..... มีแต่..."ดีที่สุด เท่าที่ทำได้ ในเวลาเท่านี้" เท่านั้นค่ะ

สาเหตุที่สาม :::: ไม่รู้จักแบ่งเวลา

ที่ว่ามาข้างบนเนี่ย จริงๆ แล้วพูดได้ว่าเป็นเพราะอันนี้อันเดียวเลยค่ะ ..... บางทีคิดก็น้อย งานก็ห่วยแตก ทำไมยังทำไม่ทัน(ฟระ)..... ก็เพราะว่า กว่าจะตื่นก็บ่ายสอง กว่าจะกินข้าว เที่ยวเล่น เริ่มงานทุมนึงแระ....เอ้ากินข้าวเย็น...... พอจะเริ่มทำงาน...ละครหลังข่าวมาาาาา วางปากกา วางปากกา......ละครจบ..ไม่ได้แระ สงสัยอยู่ดึก โด๊ปๆๆ กาแฟๆ..... พอเริ่มจับปากกา...ฮึ้ย....บอลมา ขอเชียร์ก่อน....... พอบอลจบ....เฮ้ย ตีสี่แระ เอ้าพวกเราาาาา กินโจ๊กตลาดดต้รุ่งเร๊วววว....ฮิ้วววว.....กลับมาถึงโต๊ะ....แม่ง...หกโมงเช้าแระ ไม่ไหว ไม่ได้นอนเลย....ง่วง ไม่ไหวแล้ว นอนดีกว่า.......ตื่นบ่ายสอง.......

มันเป็นซะอย่างเงี้ย..........จะเสร็จมั้ยฮึงาน

พยายามแบ่งเวลาหน่อยค่ะ ทำงานให้เยอะกว่าเที่ยวเล่น...... ทำทุกวัน วันละ 3 ชม. ก็เหลือแหล่แล่ว

.

.

4. ไม่เคยมีสถาปนิกคนไหน ทำแบบครั้งเดียวผ่าน

ตามนั้นค่ะ .... ยังไม่มี แม้แต่ le corbusier หรือ frank lloyd wright แม้แต่เจี zaha hadid ที่งานออกจะสุดโต่งขนาดนั้น..... กว่าเค้าจะเป็น great เค้าผ่านการแก้แบบมามากมาย นับครั้งไม่ถ้วน

ดังนั้นมีความเข้าใจผิดของเด็กๆ ว่า ไม่ค่อยอยากจะยอมแก้แบบ....ชอบทำแบบกั๊กๆ ....กะจะมัดมือชกอาจารย์ตอนใกล้หมดเวลา ประมาณว่า จะหมดเวลาแล้ว ผ่านๆ ไปก็ได้วะ

แต่นั่นคือการตัดอนาคตตัวเองค่ะ เห็นว่าถึงไม่โดนล้มแบบตอนพัฒนาแบบ แต่ก็โดนล้มเละเทะตอนจูรี่ (ตรวจแบบขั้นสุดท้าย) อยู่ดี นั่นยิ่งซวย เพราะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกแล้ว....

การตรวจแบบ พัฒนาแบบ เป็นการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ได้ความรู้มากที่สุด ของการเป้นนักเรียนถาปัด ...ที่ไม่สามารถหาจากสาขาอื่นได้อีกแล้ว.... เป็นการเรียนแบบนักเรียนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง เพราะครูจะทำหน้าที่แค่บอกสิ่งที่ถูกต้อง จำเป็น แนวทางความเป็นไปได้ โดยตั้งอยู่บนแนวคิดของเด็กๆ แต่ละคน โดยไม่บังคับ

ดังนั้น...อย่ากลัวที่จะแก้แบบ ล้มแบบ พัฒนาแบบ อย่ากลัวเหนื่อย อย่ากลัวเสียเวลา อย่ากลัวทำงานซ้ำซากค่ะ เดี๋ยวนี้มีคอมพิวเตอร์ แก้ไขง่ายนิดเดียว ...นึกถึงสมัยก่อนสิคะ เขียนใหม่ทุกครั้ง.....สุดยอดดดดดด

.

.

5. หวือหวาได้อย่างใจ ถ้าตอบคำถามได้ทุกข้อ

ย้อนกลับไปข้อตะกี้....พูดถึง zaha hadid ก็มีรูปผลงานเจ๊แกมาให้ดูค่ะ

Abu Dhabi Performing Arts Centre

นี่ก็เจ๊ zaha hadid ค่ะ ดูผลงานอื่นๆ ได้ที่นี่ค่ะ

เป็นไงคะ สุดยอดฟรีฟอร์ม .... แต่ถ้านักเรียนอย่างเราๆ ทำ ..โดนด่าค่ะ เพราะเราไม่เข้าใจกระบวนการของงานเลย พ่อจะโม้แต่คอนเส็ปอายโซวววว...  ดังนั้นอย่างแปลกใจทีอาคารส่วนใหญ่ที่เราออกแบบตอนเรียนไม่ค่อยหวือหวา... เพราะก่อนจะ advance เราต้องเรียน basic ก่อนใช่มั้ยคะ.... ถ้า basic เราแน่น ...ยากแต่ไหนก็ทำได้ค่ะ

ดังนั้น ออกแบบหวือหวาไม่ผิด แต่ต้องตอบเรื่อง "ผู้ใช้งาน(users)" และ "กิจกรรม (activities)" เป็นหลัก นอกจากนั้นต้องดูที่ตั้ง บริบท ความเหมาะสม และความเป็นไปได้ด้านโครงสร้างด้วยนะคะ ถ้าคิดรอบด้านแบบนี้ ทำได้ไม่โดนด่า ฟันธง!!!!

.

.

6. เขียนทุกอย่างที่คิด มองทุกอย่างให้ทั่ว อุดรอยรั่วให้มิด

ทำความเข้าใจก่อนว่า "คอม" เป็นแค่อุปกรณือำนวยความสะดวกนะคะ ไม่ใช่เครื่องมือช่วยคิด

ไม่อยากจำกัดเทคโนโลยี แต่รู้มั้ยคะว่าการคิดแบบด้วยคอมโดยไม่มีพื้นฐานที่แน่นพอจะเกิดอะไรขึ้น

มุมมองจะแคบ เพราะจอคอมยังไงก็เห็นได้ไม่ครอบคลุมแบบทั้งหมด ต้องซูมดูเป็นส่วนๆ ทำให้มองไม่เห็นความสัมพันธ์ระหว่างห้องต่อห้อง

หลงสเกลง่าย ....เพราะซูมยังไงเราก็เห็นชัด แต่บางทีเราอาจออกแบบไม่ได้ขนาด เนื่องจากไม่สามารถอ้างอิงอะไรได้เลย จะเห็นบ่อยๆ ว่าเพลทที่ทำจากคอม บางทีต้นไม้ก็ใหญ่เวอร์... ตัวหนังสือใหญ่โคตรๆ ใหญ่กว่าแบบซะอีก

ดังนั้น....เวลาคิด ให้เขียนมือค่ะ   มองภาพรวมให้เห็นก่อน แล้วค่อยใช้คอมตบเอาอีกที จะแก้ปัญหาได้เยอะ และใส่ใจรายละเอียดได้เยอะขึ้น

.

.

7. เวลาสำคัญกว่าชีวิต

โคตรๆ สำคัญมากกกกกก สำหรับนักเรียนถาปัด สาย  1 วิ.....คุณอาจสอบตก ไม่มีสิทธิ์ส่งงาน คะแนนหาย ทั้งๆ ที่พัฒนาแบบมากว่าเดือน

งานที่ดี ไม่ใช่แค่เจ๋ง เนี้ยบ.... แต่ต้องตรงเวลาด้วย ...

โรงเรียนถาปัดหลายทีจึงมีวิชา sketch design คือการออกแบบตลอดกระบวนการในเวลาที่กำหนด เพื่อให้ได้ งานที่ดีที่สุด ในเวลาเท่านี้ ..... รับโจทย์เช้า หาข้อมูล ออกแบบ พรีเซนต์ และส่งในเย็นวันเดียวกัน ... ตู้ส่งงานปิดเมื่อไหร่......ไม่ต้องมาพูดกัน......ดังนั้น ใกล้ๆ เวลาส่งงาน อย่าแปลกใจที่เห็นเด็กถาปัดกลายร่างเป็นนักวิ่งตีนหมา รองเท้าไม่ใส่ ล้มลุนคลุกลาน แต่รีบลุกขึ้นวิ่งต่ออย่างไม่คิดชีวิต

เพราะในชีวิตจริง....ลูกค้าจะซื้องานที่พอใช้ได้ในระดับดี ที่ตรงเวลา มากกว่างานที่ดีโคตรๆ แต่เลทแค่นาที...เพราะ 1 นาทีของลูกค้า อาจหมายถึง เงินพันล้าน..... จำไว้ใส่กมลนะคะ

.

.

สุดท้าย.......คิดอย่างสร้างสรรค์ ทำอย่างมีกระบวนการ และ ตอบคำถามด้วยเหตุผล

ข้อนี้เป็นไฮไลท์ของการเรียนถาปัดค่ะ

สังเกตว่าคนจบถาปัด แม้ไม่ได้เป็นสถาปนิก ทำไมส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จในชีวิต (ยกเว้นหนู.....ฮือๆๆๆ)

เพราะโรงเรียนถาปัดสอนให้คิดอย่างเป็นระบบและสร้างสรรค์ค่ะ  นี่เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าพูดได้อย่างภูมิใจว่า 5 ปีในโรงเรียนถาปัด ได้อะไรกลับมา

การจะได้มาซึ่งโครงการใหญ่ 1 โครงการ อาคาร 1 หลัง  ห้อง 1 ห้อง เก้าอี้ 1 ตัว แม้แต่รองเท้า 1 คู่...ล้วนเกิดมาจากเหตุและผล.... และไม่ว่าผลจะมาก่อนเหตุ หรือเหตุจะมาก่อนผล ต้องสามารถคิดกลับไปกลับมาและตอบโจทย์ได้ทุกขั้นตอนโดยไม่หลุด

ต้อง"คิดอย่างสร้างสรรค์ ...และอยู่บนฐานของตรรกะ" นะคะ ไม่ว่าคุณจะทำอะไร เรียนแบบไหน เอาหัวเป้นประกันว่าต้องประสบความสำเร็จชัวร์ๆ ค่ะ

.

.

เฮ่อออออ.....จบดีมั้ยนะ...........นึกไม่ออกแล้วอ่ะ..............

อยากเขียนเรื่องอื่นแล้วอ่ะ.....งั้น....จบดีกว่า..........

.

.

ปล. ช่วงนี้ทำคะแนน เหนื่อยเฮ่ เฮ่

ปลล. ปวดใจ ปวดใจ.....ทำร้ายจิตใจเด็กอีกแล้ว........... อ.ขอโทษนะ............ว่าว

ปลลล. ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามา แต่ยังแวะไปหาอยุ่นะคะ เพื่อนๆ

ปลลลล. (พอแล่วววววว)...... อยากเล่น FAQ อ่ะ..... ถามกันหน่อยดิ....

ปลลลลล. (อะไรนักหนาว๊อยยยยย) ถ้าถามรวมไม่ถึง 5 ข้อ ไม่ตอบเด้อ (อายยยยย.....กลัวชาวบ้านรู้ว่าไม่ฮ๊อต)

ปลลลลลล. แถมๆ ....แบบว่า ต๊กกะใจ..... เปิดไปหน้าแรกเจอไอ้นี่

 

แหม่......ใจตรงกันเลยนะ line-man ภาค 4

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่า
นี่คือความจริงที่ต้องเผชิญ
open-mounthed smile

#1 By PaBaJa on 2008-03-10 22:48

เจ๊ซาฮา แกร้ายกาจจริงๆ บูชา บูชา \(- -)/

คุณพี่ครับ แถกนั่นมัน เอ่อ อ่า เอ๊อ ... sad smile

ถามแฝกครับ
- สมมติว่ากำลังสอนในห้องแอร์ แล้วปวดตดมาก จะทำยังไงครับ
- เคยให้เอฟเด็กไหมครับ
- ครั้งสุดท้ายที่สบถในขณะสอนอยู่ สบถว่าอะไร และเพราะอะไรครับ
- รู้จัก Sora Aoi ไหมครับ
- อยากฝากอะไรถึงคนถามครับ

Hot!

#2 By Eddy on 2008-03-10 22:48

มาตามอ่าน ด้วยคนค่ะ

สนุกดี ได้สาระด้วย ถึงจะไม่ใช่นักเรียนสถาปัตยฯ ก็เถอะ

big smile

#3 By friday on 2008-03-10 23:15

จริงๆทุกอาชีพก็ควรปฎิบัติตนแบบนี้..

open-mounthed smile confused smile

#4 By wesong on 2008-03-10 23:59

ปลลลลลล.Line-man นี่หนังเหรอครับ -_-' งงๆหน่อยๆ
อ่านแล้ว ฝึกจนชักจะเนียนแล้วครับ

อีกหน่อยคุณ archmania จะโตมาเป็น zaha hadid หรือเปล่า หุๆ
ขอบคุณคุณเอ็ดดี้...... ถามมาซะครบ 5 ข้อ..... (ไม่เกี่ยวไปซะ 2 ......) ซึ้งน้ำใจ ซึ้งน้ำใจจจจจจ sad smile

#6 By ArchmaniaC on 2008-03-11 08:40

ลืม... สรุปว่าต้องมีเอนทรี่ตอบ FAQ เจ้าปัญหา 5 ข้อนี่จนได้ ....ชิมิ?sad smile

#7 By ArchmaniaC on 2008-03-11 09:53

Tags: จะเรียนไปทำไมถาปัด, เรียนไปปวดหัวมีผัวดีกว่า, เหนื่อย

แบบว่า ชอบใจแถกกกกกกกกอ่ะ อิอิอิอิ

ปล. ที่ไม่รู้ว่าทำไมต้อง ปล.

ชื่อตอน สลักไว้ในกมล (((ตามด้วยนิสัยถาวร ชิมิ))) sad smile
ถ้าเรียนไปปวดหัวมีผัวดีกว่า งั้นผมขอถามว่า อาจารย์อั๊กมีผัวหรือยังครับ ถ้ายังนี่แสดงว่าตอนเรียนไม่ปวดหัวใช่มั๊ยครับ ก๊ากกกกก

#9 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-03-11 12:23

มันใช้ได้กับทุกคนแลหะครับ ไม่เฉพาะแต่เด็กถาปัด
อย่างพกสมุดเนี่ยดีมากๆครับ

ส่วน Line Man นั้น เป็นอย่างนี้ประจำครับ มากันเป็นเซ็ต
ทั้งสามคนเสมอๆ

FAQ เรียนไปปวดหัวมีผัวดีกว่า
แล้วจะเลือกผัวที่ดียังไงครับ อิอิbig smile
#9 By แมงกลิ้งขี้ (ขอยาด)

ถ้าเรียนไปปวดหัวมีผัวดีกว่า งั้นผมขอถามว่า อาจารย์อั๊กมีผัวหรือยังครับ ถ้ายังนี่แสดงว่าตอนเรียนไม่ปวดหัวใช่มั๊ยครับ ก๊ากกกกก

คอลัมป์น้องสายลมฯ ตอบปัญหาคาตริน เอ้ย คาใจ

จากการที่แอบดูที่รูเดิมอยู่นาน น้องสายลมฯ ขอยาด ตอบปัญหาคาจายยยยย ของคุณพรี่แม่ง เอ้ย แมงฯ ดังนี้นะเค้อ


เรียนไปปวดหัวมีผัวดีกว่า

กรณีมีผัว

หมดข้อซักถามแสดงว่าเรียนแล้วปวดหัวเจิง ๆ จึงรีบมีผัวซะงั้น เผื่อจะใช้มันแทนยาทามมมมจายยยยย แก้ปวดหัวหายสนิทติดใจไปนาน เอ้ย ติดทนนาน

กรณีนี้ ปริญญามิได้ แต่ได้ใบถูกขี่ เอ้ย ปริญญาใจ แม๊ มิใช่ ทะเบียนสมรส สมรัก คำสิงห์ วุ้ย!!! พลาด ๆ ขานี้ถึงกลัวเมียแต่ก็หมัดหนักอยู่ดี เห้อออออ sad smile

กรณีมิมีผัว

ซึ่งอาจแสดงนัยได้ว่า ได้ทำการเปรียบเทียบราคา คุณภาพ ปริมาณ ดูเป็นอย่างดีแล้วว่า เรียนไปปวดหัว มีผัวปวดกว่า ก็เลยยังไม่เอาดีทางมีผัว ((ดีไม่ดี อาจจะพิจารณามีเมียไปเลยก็ได้ เห้อ ผู้ชายตลาดใกล้วายเต็มทีและ))

กรณีนี้ สละใบถูกขี่ เอ้ย ใบทะเบียนสมรส ไปชดใบปริญญา อิอิอิ

เอวัง ด้วยประการฉะโน้น

คติพจน์วันนี้

อยู่คาคานให้ผู้ชาย เสียดายเล่น

คติพจน์มะวาน

หากโลกนี้ ไร้ชายที่ควรเชย
อย่ามีคู่เสียเลย จะดีกว่า


คติพจน์ มะรืนนี้

โสดสนุก เป็นสุขบนคาน

คติพจน์ มะเรืองนี้

สาวเอ้ย อย่าใส่ใจ หากชายมีย่อม "ทอม" ยังมี

วะ ฮะ ฮ่า

sad smile sad smile sad smile
หนูน่ะหลงคอมง่าย โดนด่าบ่อยๆ
ต่อไปอย่ามาหวังtongue

#12 By Chocolate Emotion on 2008-03-11 16:35

ขอยาดด้วย ขอยาดตอบ #11 By สายลมที่ผ่านมา
เจ้ กลัวผมไม่ได้กลับมาอ่านคอมเม้น อาจารย์อั๊คเหรอเจ้ เล่นไปขอยาดตอบตัญหาอีกทีที่บล็อกผมเลย
แหม... เจ้สมชาย สายลมนี่ ของเ้ค้าแรงจริงๆ ก๊ากกก


ถามอาจานอีกข้อ อาจานคับ ถ้าเกิดว่างานห่วยๆ แต่ปากดีพรีเซนท์ไหลแล้วอาจานจะให้คะเเนนยังไงครับ
ตอนผมเรียนสินปะกำเนี่ย เจอเพื่อนที่งานเหี้ยๆเยอะมากเลยคับอาจาน แล้วแม่งได้ไม่ต่ำกว่าบีทุกคนเลยคับ ทำยังไงดีคับทั่นอาจาน

อีกข้อละกันคับ แบบนี้มันเรียกว่านักเรียนมันกล่อมอาจานได้ใช่มั๊ยคับอาจาน

#13 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-03-11 16:39

ช่วยด้วยยย

คิดงานไม่ออกมาสัปดาห์นึงเต็มๆแล้ว

ช่วยด้วยยยยยยยย
ลืมถาม
1. ถ้าฝึกแล้วแต่ไม่เนียน เรียนจบแล้ว ทำไง?
2. ชอบงานแนวป้าซาฮ่า ดีคอน หรือ มินิมัล แบบลุงทาดาโอะ หรือชอบไผ?
3. สมัยเรียน ไอดอลคือไผ?
4. ตอนนี้สอนที่ไหน ตามไปเรียนได้ไหม ?
5. แอบชอบใครแถวนี้หรือเปล่า?

ตามมาอ่านมหาภารตะไตรภาค
สงสัยพวกถาปัดต้องแบกเป้ เพราะสมบัติเยอะ
ข้อ 4 ทำให้นึกถึงสถาปนิกที่มาตกแต่งออฟฟิศ
เพราะโดนผู้ใหญ่สั่งให้แก้แบบ เปลี่ยนโน่น ปรับนี่ บ่อยมาก เรียกว่า สั่งแก้กันรายวัน วันนี้เอาอย่างนั้น วันโน้นเอาอีกอย่าง ทำแล้วรื้ออยู่นั่นแล

#16 By จั่นเจา on 2008-03-12 07:37

Hot!
ให้ดาวกับเรื่องนี้ด้วยค่ะ

บัตรน้องหมาออกแล้วนะคะ เซฟรูปได้ที่บล็อกค่ะ
http://eeddy.exteen.com/20080312/entry

#17 By eeddy(อี๊ด) on 2008-03-12 11:46

โอววว

ดีนะที่ไม่ได้เรีนถาปัด

หึหึหึ

#18 By Sita on 2008-03-13 14:05

ทำไมคนเเถวนี้เม้นกันยาวจ๊างงงงง

...ตามอ่านมา 3 ตอนเเระ .. เห็นด้วยกะคนเเถวนี้ที่ว่ามันน่าจะเป็นนิสัยอันดีที่เหมาะเเก่ทุกอาชีพมิใช่เเค่ถาปัดนะ

ว่าเเต่

ไอ่เเบ่งเวลาไม่เป็นนี่ ..
ตอนนี้เรียนจบเเล้ว..
ตอนนี้ทำงานเเล้ว..
ตอนนี้(หรือตอนไหน)ตูก็ไม่ใช่ถาปัด
...ตูก็ยังเเบ่งเวลาไม่ค่อยเป็นว่ะ ..
กร๋ากกกกกกกกกกกกกกกก

ปิดท้าย FAQs
ปุจฉา ...
เมื่อไรเอ็งจะได้มาเจอกะข้ากะข้าวเคล้าสุรา (เเละบุรุษ??)กันเสียทีวะ

#19 By KusaYoshi on 2008-03-16 14:22

สุดยอดเลยคับ อ่านเพลินดี เขียนได้โคตรเยอะเลย

#20 By Frankie8 on 2008-03-17 07:09

สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดค่ะ!!!

ในที่สุดก้อจบแล้วนะ ตามอ่านมาตั้งแต่ภาค 1

555+

เขียนสนุกดี ดูมีา่ระด้วย [มีจริงๆนะคะ ไม่ใช่แค่ "ดูมี" ^^"]

#21 By MODROBOFAPIT on 2008-03-20 22:01

ลืมให้ดราก้อนบอลอะ~ Hot! Hot! Hot! open-mounthed smile

#22 By MODROBOFAPIT on 2008-03-20 22:02

เจ๊ซาฮางานบรรเจิดจริงๆ T^T มีอีกมั้ยคับ ชอบๆๆๆ

จำทำไงดีีคับ ถ้าคิดด้วยเหตุผล แต่ตอบออกไปด้วยความรู้สึก - -sad smile sad smile

#23 By หมีขั้วโลก™ on 2008-04-07 19:28

สุดยอดเลยพี่

หนูคิดว่าวันข้างหน้าของหนู

มันต้องอาการหนักแน่เลย

แต่ที่พี่ให้คำแนะนำมาสุดยอดมากเลย

แล้วจะเอาไปลองปฏิบัติดูนะ

ขอบคุณค่ะ

#24 By เด็กหัวฟู (124.157.207.119) on 2008-05-25 15:39

ขอบคุณมากๆค่า จะเอาไปใช้นะคะ open-mounthed smile

#25 By น้องปี1 (58.8.176.179) on 2008-06-07 15:33