มาอีกแล้ว แนวครู.....กร่ากกกกกก

ช่วงนี้ค่อนข้างยุ่ง เพราะเป็นช่วงตรวจวิทยานิพนธ์ ... (อ่อ เหรอออ... ได้ข่าวว่าอัพบล๊อกบ่อยโคตรๆ) ... ปวดหัวมาก.... และเกิดความสงสัยเป็นกำลังว่า...เด็กพวกนี้มีความเข้าใจการทำงานอาชีพสถาปนิกมากแค่ไหน... หลวมตัวเข้ามาเรียน เข้าใจผิด หรือฝืนใจเรียนหรือเปล่า

ประกอบกับเป็นช่วงที่น้องๆ ม.6 เตรียมจะผันตัวเองเป็นนิสิต นักศีกษาแล้วสินะ...เอนทรี่นี้อาจจะไม่ทัน แต่อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับน้องๆ ม.5 ที่กำลังตัดสินใจเลือกทางเดินอยู่

มหาเอนทรี่ไตรภาค (หรืออาจจะเหลือแค่ทวิภาค) ภูมิใจเสนอ เอ๋อ เอ๋อ เอ๋อ (มุกเอคโค่อีกล่ะ)

.

.

ฝึกไว้ให้เนียน ก่อนเรียนถาปัด ภาค ปรับทัศนคติ อิ อิ อิ (ยัง....ยังไม่เลิก)

.

.

ก่อนอื่นทำแบบทดสอบกันก่อนดีกว่า

ให้ตอบว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่ เท่านั้นนะคะ

.

1 คุณอยากเรียนถาปัดเพราะมันเท่ค่อดๆ สาวมองหนุ่มเหลียว

2 คุณคิดว่าการเขียนแบบไม่น่าจะมีอะไร เรียนๆ ไปเดี๋ยวก็ทำได้เอง

3 คุณคิดว่าถาปัดจบมาแล้วรวย

4 คุณว่าเรียนถาปัดแล้วมีสิทธิ์เข้าวงการบันเทิง

5 สถาปนิกทำงานสบายๆ นั่งในห้องแอร์ แต่งตัวบูติค

6 สถาปนิกจบใหม่ ไฟแรง อาคารเก๋ๆ สวยๆ ไฮโซ เป็นฝีมือเค้าล่ะ

7 คุณคิดว่าหน้าที่ออกแบบอาคารเป็นของสถาปนิก ให้สวยเท่เก๋ โชว์เก๋า น้ำ ไฟ แอร์ โครงสร้าง ก็โยนให้วิศวกรเค้าไปสิ

8 คุณคิดว่าลางสังหรณืของคุณแม่นโคตรๆ ถ้าอยากให้อาคารหน้าตาแบบไหน รับรอง รุ่งแหงแซะ

.

.

ถ้าคำตอบส่วนใหญ่ของคุณคือ.... ใช่

ว๊าว.......... หันหัวเรือไททานิกของคุณกลับซะนะคะ .... ถ้ายังแล่นข้างๆ คูๆ ต่อ คงต้องชนภูเขาน้ำแข็งและอัปปางไปอยู่กับแจ๊ก ดอสั้น เป็นแน่แท้ (แจ๊กเข้าฝันฝากมาบอกว่า..ขอโทษที่ไม่ยาวค่ะ ...กร่ากกกก ลามกกกก)

.

.

เว้นแต่คุณจะปรับทัศนคติ....เพราะข้าพเจ้ากำลังจะเผยไต๋สถาปนิก ณ บัดเดี๋ยวนี้..เชิดดดดด

.

.

1 คุณอยากเรียนถาปัดเพราะมันเท่ค่อดๆ สาวมองหนุ่มเหลียว

ข้อเท็จจริง : ข้อนี้ก้ำกึ่งทั้งจริงและไม่จริงค่ะ  เพราะถ้าได้เข้าโรงเรียนถาปัดแล้ว คุณจะพูดอย่างภาคภูมิใจว่า "กรูเรียนถาปัดเว่ยยยยยยย" นอกจากพ่อแม่จะยืดอกภูมิใจในตัวลูกแล้ว กิ๊หรือแฟน ก็พร้อมจะเดินควงเราไปอวดกับชาวบ้านว่า "แฟนชั้นเรียนถาปัด" แล้วก็จะตามมาด้วย "อู้ววว ว๊าววววว เก่งจังลยยยย......เท่มั่กมากกกก" เราก็แจกยิ้มปายยยย ถึงปากจะบอกว่า เราไม่เก่งเท่าไหร่..แต่ใจก็ออกหลงตัวเอง (มั่งล่ะน่า)

แต่คุณไม่รู้ใช่มั้ยคะ เคยมีคนพูดว่า "เด็กถาปัด เข้าเรียนปีหนึ่งเป็นเด็ก จบออกมาเป็นลุง" เพราะมันงานหนักสิ้นดี .... นอนก็ไม่ได้นอน ... โด๊ปกาแฟ ลิโพ แล้วแต่ถนัด ...ซัดเหล้า เมาบุหรี แล้วแต่ชอบ.... วันๆ ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง..... จนหลายเป็นหมีแพนด้าตัวอ้วนบวมเบียร์.......คุณอาจจะสงสัยว่า เรียนตั้ง 5 ปี มันจะหนักอะไรนักหนาวะ? .....

เพราะ"สถาปัตยกรรมศาสตร์" เป็นศาสตร์ ที่ไม่เชิง "ศิลป์" และไม่เชิง "วิทย์" ..... คุณอยากจะติสท์แตกแบบอาจารย์เฉลิมชัย ไม่มีอารมณ์ไม่ทำ ไม่อยากทำก็ไม่ทำ ไม่ได้....นอกจากนั้นทุกเส้นที่เราเขียน ทุกจุดที่เราจรดปากกา ทุกสิ่งที่เราออกแบบ ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ ทั้งในเรื่องทุนทรัพย์ วัสดุ เทคโนโลยี กฎหมาย และ ความพอใจของเจ้าของงาน

ดังนั้นกว่าจะปั้น "วุ้น" ให้เป็น "สถาปนิก" (ที่เกือบจะทำงานได้) 1 คน .... ต้องค่อยๆ เอามือตะล่อมๆ ให้เข้าที่เข้าทางและต้องไม่ขวางความคิดสร้างสรรค์......... พึงระลึกไว้เสมอว่า สถาปนิกและวิศวกรโยธา.... ขาข้างหนึ่งก้าวเข้าไปอยุ่ในตารางแล้วเสมอ

.

2 คุณคิดว่าการเขียนแบบไม่น่าจะมีอะไร เรียนๆ ไปเดี๋ยวก็ทำได้เอง

ข้อเท็จจริง : ถ้าทำได้ง่ายขนาดนั้น คงไม่ต้องใช้เวลาร่ำเรียนถึง 5 ปี ... การเขียนแบบเขียนได้โดยสายวิชาชีพ (ปวช, ปวส) ก็จริง แต่ความงามของแบบ เป็นหน้าที่โดยตรงของสถาปนิก ...

ก่อนจะได้แบบ 1 เล่ม ที่ไปขออนุญาตที่สำนักงานเขต หรือเทศบาลนั้น ... มันเริ่มจากไม่มีอะไรเลย แล้วค่อยๆ บรรจุความจริงด้านต่างๆ ... ได้แก่ ความต้องการของเจ้าของบ้าน กฎหมายและความเป็นไปได้ โครงสร้าง การเลือก ระบุ วัสดุ .... ทั้งสี กระเบื้อง ไม้ หลังคา .... การออกแบบงานระบบสุขาภิบาล ไฟฟ้า .... รายละเอียดรูปแบบประตูหน้าต่าง ราวกันตก บัวผนัง บัวพื้น ฝ้าเพดาน....

เยอะขนาดนี้......... วันหลังให้คนที่พูดว่า "เขี่ยๆ ก็ได้ แป๊บเดียวเอง" ลองทำดูนะคะ..... แล้วจะแซ่บไปถึงถุงน้ำดีเลยทีเดียว  

.

3 คุณคิดว่าถาปัดจบมาแล้วรวย

ข้อเท็จจริง : สำหรับโครงการใหญ่ๆ หรืออยู่ในสำนักงานสถาปนิกใหญ่ๆ ก็คงรวยล่ะค่ะ ... แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าจะทำได้สักกี่คนกัน ยิ่งสถาปนิกจบใหม่เดี๋ยวนี้ความอดทนน้อย อยากเป็นเจ้าของออฟฟิศเอง... ขอบอกว่ายิ่งยาก

ถ้าคุณเป็นสถาปนิกโนเนม ไม่มีคอนเน็คชั่น ไม่มีคนหางานเก่งๆ ... คุณจะได้งานแบบ "เอาไว้ก่อน" นั่นหมายถึง อะไรก็ได้ เงินน้อย งานจุกจิก เจ้าของจู้จี้ และเราต้องเป็นทุกอย่าง....

ค่าบริการที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าก่อสร้างนั้น เหมือนจะเยอะ แต่รู้ไหมคะ มันต้องเจียดไปทำอะไรบ้าง

ค่าคนเขียนแบบ (ถ้าไม่ได้เขียนเอง) ,ค่าปรินต์แบบ (ก่อนจะขออนุญาตนี่ ปรินต์ไปตรวจกับลูกค้าไม่รู้กี่ครั้ง) , ค่าวิศวกร (โยธา ไฟฟ้า สุขาภิบาล) , ค่างาน presentation เช่น พวก 3D ..... กันเองๆ ก็รูปละ 3000 เข้าไปแล้ว....ไหนจะต้องบริการลูกค้า เลี้ยงเหล้ายาปลาปิ้งทุกครั้งที่เจอกันข้างนอก ... หรือค่าเดินทางไปไซต์ ไปพบลูกค้า ...

บางงานก็เกือบจะควักเนื้อ.... แถมกว่าจะได้เงินมาแต่ละงวด.....ทำงานก็ใช้เวลา พอเสร็จก็ต้องทวงลูกค้า ทวงแล้ว ทวงอีก

ยังคิดว่าจะรวยอีกมั้ยคะ?

.

4 คุณว่าเรียนถาปัดแล้วมีสิทธิ์เข้าวงการบันเทิง

ข้อเท็จจริง : อันนี้คุณต้องมีอย่างใดอย่างหนึ่งใน 3 คุณสมบัตินี้ค่ะ

ข้อหนึ่ง คุณต้องหน้าตาดีโคตรแบบพ่อแม่ให้มา ข้อสอง คุณต้องแปลกประหลาดอย่างเหลือล้น ...แบบที่แปลกออกมาจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ ไม่ใช่เสแสร้ง หรือ ข้อสาม..... คุณต้องมีคนรู้จักเป็นเจ้าพ่อวงการบันเทิง (จะให้ดีต้องจบถาปัด เช่น เสียตา ณ เวิร์คพอยน์... เสี่ยดู๋ ... พี่ดี้)...... ทำตัวเด่นๆ เข้าไป เจ้าพ่อพวกนี้จะเรียกใช้บริการคุณเอง

แต่ถ้าคุณไม่มี....... ทำใจไว้เถอะค่ะ...................

และถึงกระนั้น คุณก็ไม่เห็นต้องเรียนถาปัดให้ยุ่งยาก....เพราะเดี๋ยวนี้มีช่องทางสายอื่นอีกมากมาย เช่น อคาเดมี่ แฝ่นเท๊เชีย, เดอะ สตาร์, บิ๊กบราเต้อร์

.

5 สถาปนิกทำงานสบายๆ นั่งในห้องแอร์ แต่งตัวบูติค

ข้อเท็จจริง : หลายคนมีภาพติดตาว่าเป็นเช่นนั้น แต่ความเป็นจริงจะเป็นเฉพาะช่วงพัฒนาแบบค่ะ แถมในระหว่างนั้น คุณยังมีหน้าที่ต้องพาลูกค้าไปเลือกวัสดุ ไปเทคแคร์ สุดแล้วแต่

และถึงแม้ว่าคุณจะไม่ใช่สถาปนิกคุมงานในสัญญา (หน้าที่สถาปนิกมี 2 แบบค่ะ คือ ออกแบบ และคุมงาน) ถ้าคุณคิดว่าออกแบบแล้วก็จบ... คุณก็คิดผิดอีก.... เพราะคุณจะต้องลงพื้นที่ก่อสร้างเพื่อคุมงานด้วยตัวเองในช่วงต้น หรือช่วงรายละเอียดเอง แม้ว่าจะไม่ได้เงิน หรือไมใด้ระบุในสัญญา เพราะ... คุณคงไม่อยากให้งานออกแบบของคุณที่คิดจนหัวแตก ถูกเปลี่ยนไปจนกลายเป็นอาคารสถุล เพียงเพราะ คุณไม่เจียดเวลาลงไปกำกับงานก่อสร้างเลย...

(อันนี้ประสบการณ์ตรงค่ะ.... อาคารหลังนั้น ข้าพเจ้าไม่เคยใส่ลงใน portfolio ของตัวเองเลย...อายจัง)

แน่นอน.... ถึงไม่เหนื่อยมาก ..... แต่สภาพคงไม่ใช่เสื้อเรียบกริ๊บ ใส่น้ำหอมฟุ้ง นั่งไขว่ห้างบนชุดเฟอร์นิเจอร์เก๋ๆ ในออฟฟิศแอร์เย็นฉ่ำหรอกค่ะ

.

6 สถาปนิกจบใหม่ ไฟแรง อาคารเก๋ๆ สวยๆ ไฮโซ เป็นฝีมือเค้าล่ะ

ข้อเท็จจริง : สถาปนิกจบใหม่ ต่อให้ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ก็ยังทำงานจริงไม่ได้ค่ะ ... จนกว่าคุณจะมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม หรือเรียกสั้นๆ ว่า "ใบ กอ สอ" (ของวิศวกรเรียก "ใบ กอ วอ" ค่ะ) ซึ่งต้องสอบเอา 6 วิชา และระดับแรกที่จะได้เป็นคือ "ภาคีสถาปนิก" มีข้อจำกัดเรื่องขนาด ความสูง และประเภทของอาคาร เช่น สูงไม่เกิน 15 เมตร พื้นที่รวมกันไม่เกิน 1000 ตารางเมตร ระดับภาคีฯ จึงจะสามารถออกแบบได้

และถึงแม้ว่าคุณจะมีใบ ก.ส. แล้ว .. ใช่ว่าคุณจะมีโอกาสได้ออบแบบอาคาร 1000 ตารางเมตรอย่างที่ว่า... โดยเฉพาะถ้าคุณเข้าไปอยู่ในองค์กรสถาปนิกใหญ่ๆ ... คุณอาจจะได้ทำแค่ ออกแบบห้องน้ำขนาด 2 x 3 ตารางเมตร ... ลองวางลายหระเบื้องในห้องน้ำ ลองออกแบบทางเดินในสวนขนาดเล็ก

อยู่เป็นปีๆ.......

คุณมีพลังใจที่หนักแน่นและอดทนได้ขนาดนั้นหรือเปล่าคะ?

.

7 คุณคิดว่าหน้าที่ออกแบบอาคารเป็นของสถาปนิก ให้สวยเท่เก๋ โชว์เก๋า น้ำ ไฟ แอร์ โครงสร้าง ก็โยนให้วิศวกรเค้าไปสิ

ข้อเท็จจริง : ถูกส่วนหนึ่งค่ะ เพราะ"สถาปนิก" ไม่ใช่ "เทพเจ้า" .... ไม่อย่างนั้นจะมีอาชีพวิศวกรที่ต้องเรียนตั้งสาขาละ 4 ปี ไว้ทำไม?

แต่เป็นสิ่งที่สถาปนิกไม่สามารถละทิ้งได้ค่ะ

งานระบบทุกชนิด ต้องการพื้นที่ในการติดตั้ง จัดวาง ไม่ใช่ว่าเราออกแบบอะไรไป วิศวกรเค้าทำได้ทุกอย่าง... ของอย่างนี้น้ำพึงเรือ เสือพึ่งป่าค่ะ.... คุณต้องคิดว่า .... พื้นที่ตรงนี้ใช้วางแอร์นะ..... ห้องนี้ใส่ปั๊มน้ำ ..... ตรงนี้ใช้ซ่อนท่อ.....

ซึ่งถ้าคุณไม่สนใจ ไม่เตรียมพื้นที่ประเภทนี้ไว้... อาคารของคุณจะไม่ต่างอะไรกับผู้ป่วยโคม่าในห้องไอซียู... จะมีสิ่งไม่พึงปรารถนาติดตั้งระโยงระยางในตึกของคุณเต็มไปหมด เพื่อให้สามารถเข้าไปใช้งานได้จริง....

ดังนั้น ถึงจะไม่เข้าใจในรายละเอียด แต่สถาปนิกต้องรู้จักทุกระบบในเบื้องต้น โดยเฉพาะในแง่ของการเตรียมพื้นที่ไว้รองรับ.... ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยค่ะ.... มิเช่นนั้น..... อาคารของคุณคงดูไม่จืดเลยล่ะ

.

8 คุณคิดว่าลางสังหรณ์ของคุณแม่นโคตรๆ ถ้าอยากให้อาคารหน้าตาแบบไหน รับรอง รุ่งแหงแซะ

ข้อเท็จจริง : ฟู่วววว์...ข้อสุดท้ายล่ะ...

สิ่งที่เจอจั๋งๆ เวลาที่เด็กๆนักเรียนพรีเซนต์ คิอคำว่า "หนูอยากให้" "หนูคิดว่า" "หนูช๊อบชอบ".................

พึงระลึกไว้ค่ะ เราไม่ใช่เจ้าของเงิน .... เราเป็นลูกจ้าง

และสิ่งที่ต้องคำนึงยิ่งกว่า "เงินและนายจ้าง" คือ...

"ผู้ใช้อาคาร"ค่ะ...... ถ้าตึกสวย ดูดี แต่ไม่มีคนใช้... จะถือว่าสถาปัตยกรรมชิ้นนั้น "ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า" เผลอๆ อาจกลายเป็นอาคารอาถรรพ์ไปเลยก็ได้ ... ทุกสิ่งอย่าง มันเริ่มตั้งแต่ทำเลที่ตั้ง การวางตำแหน่งอาคาร กิจกรรมที่จะเกิดขึ้น วิถีชีวิตของผุ้ใช้อาคาร....

ถ้าคุณไม่สนใจ... ไม่เข้าใจ .... และ "ยัดเยียด" สิ่งที่คุณคิด ชอบ อยากให้เป็นลงไป........จงเรียกตัวเองใหม่ว่า "เผด็จการ"ค่ะ...อย่าเสนอหน้าเรียกว่า "สถาปนิก" โดยเด็ดขาด........

.

.

.

พอจะจูนทัศนคติเบื้องต้นได้หรือยังคะ.... อย่างน้อยคงคลายสงสัยไปได้บ้างว่าไอ้คณะนี้เรียนไปมากมายทำไมตั้ง 5 ปีฟระ?

ถ้าใครคิดว่า.... ชั้นยังไม่เปลี่ยนใจ..... ยังไงก็จะเป็นสถาปนิก.... และเริ่มสงสัยว่า จะเตรียมตัวอย่างไร คนที่จะเรียนถาปัดได้อย่างประสบความสำเร็จ ต้องเป็นคนแบบไหน

ติดตามเอนทรี่หน้าค่ะ.....

.

.

ปล. อยากเขียนเอนทรี่วันที่ 29 กุมภาพันธ์....... กี๊ซๆ .... กว่าจะวนมาตั้ง 4 ปีแหน่ะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ไม่รู้ครับ จบศิลปกรรม เขียนแบบก็ได้นะครับ แต่รับรองว่า อาจารย์อั๊คมาเนีย กับวิศวกร สร้างไม่ได้แน่นอนครับ
เวร..แล้วจะเขียนทำไมsad smile
นี่Hot! นี่Hot! นี่Hot!

#1 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-02-29 14:01

ผมว่า ไม่ว่าเราจะเรียนอะไร มันต้องอาศัยทั้งความชอบและความอดทนทั้งนั้นแหละครับ ขึ้นอยู่กับว่าเราอดทนจะทำมันได้จนกว่าจะสำเร็จหรือเปล่า ส่วนค่านิยมของการเรียนสถาปัตย์ ผมก็ว่าจริงนะครับ เพราะเห็นคนจบสถาปัตย์หลายคนเบนไปทำงานด้านอื่นกันเยอะทีเดียว

ยังไงจะคอยติดตาม entry ต่อไปนะครับ อยากรู้เหมือนกันว่าทำยังไงให้เรียนสถาปัตย์ได้สำเร็จ

#2 By คนธรรมดา on 2008-02-29 14:03

โอยย เห็นด้วยอย่างแรงค่ะ! Hot! Hot! Hot!

#3 By PikAe on 2008-02-29 14:07

2 คุณคิดว่าการเขียนแบบไม่น่าจะมีอะไร เรียนๆ ไปเดี๋ยวก็ทำได้เอง

^
^
ใช่เลยค่ะ ชอบมีน้องม.ปลายแอดมาคุยด้วยความเข้าใจผิดว่าคณะสถาปัตย์สอนวาดรูป(?)
พอบอกว่าไม่ใช่ เราเรียนออกแบบ เขียนแบบ

น้องตอบกลับมาว่า

--ถ้าอย่างงั้ันก็ยิ่งง่ายสิคะพี่

อยากจะบ้าตายค่ะ

#4 By Lover Boy on 2008-02-29 15:11

เคยนั่งคุยกับวิศวกรโยธา

เขาบอกว่า พวกสถาปนิคเป็นพวกเพ้อฝัน อ่ะ

confused smile
อ่าฮึๆ ถึงเราจะฝันแตเราก้อ(แอบ)ฝันบนความเป็นจริงน้า
sad smile

#6 By Chocolate Emotion on 2008-02-29 18:11

^-^' อาจารย์สั่งสอนซะน่ากลัวเลย
งั้นป๋มเรียนวิศิษย์จิ๋นดีกว่าครับ Hot!
โอ่วววววววววววววววววว

ถูกต้องครับพี่ เอาไปเลย ฮ่าๆๆๆๆ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
กำลังตกชะตากรรมในคณะนี้อยู่ เหอ เหอ
แต่เอาเหอะ อีกไม่กี่ปีก็จบละ

#8 By -o- Jotakun -o- on 2008-02-29 18:59

หูย...ตอนม6.ตอบใช่ทู้กข้อเลยมั๊ง....แล้วเป็นไงล่ะsad smile

#9 By wesong on 2008-02-29 19:05

เห็นด้วยค่ะ ว่าไม่ง่าย ต้องฝึกฝนกันกว่าจะสำเร็จในอาชีพอีกนาน....

ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ค่ะ (พอดีสนใจทางนี้กับวิศวะโยธาอยู่พอดีเลย ^^)

#10 By ~ Fuji ~ on 2008-02-29 19:06

อร้า อนาคตตูข้า น้องๆทั้งหลายจะเข้าคิดให้ดีก่อนนะเออ

ที่อ.เขาบอกนี่มันแค่ส่วนนึง เรื่องจริงโหดกว่านี้เยอะ ค่าแบบนี่โดนโกงกันเป็นว่าเล่น แถมฟ้องศาล ศาลกับบอกว่า จะเท่าไหร่กันเชียว แค่ค่ากระดาษ
ลูกค้าเรื่องมากเหลือหลาย
เจ้าของโครงการอยากได้งานอลัง แต่งบน้อย แล้วรสนิยมเหียก
แถมสมัยนี้วัสดุมี เยอะมากมายมหาศาล แค่ลูกบิดประตู
มีไม่รุตั้งที่ร้อยยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อ ก็ไม่รู้กี่ร้อยรุ่น แถมเปลี่ยนแบบ
ตกรุ่นกันเกือบตลอดเวลา
เพื่อนร่วมงาน หัหหลังเอาแบบเราไปพรีเซ็น
หรือบอกว่าแบบใช้ไม่ได้ ไม่เอา แต่เจือกเอาไปพิมเขียวรับตัง

เพ้อฝันหรอ เปลี่ยนคำใหม่นิดนึงนะ " ฝันให้ไกลไปให้ถึง " ถ้าไม่เริ่มคิดทำสิ่งให้เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้
คนเราก็คงไม่มีการพัฒนาหรอก

เอาให้เห็นชัดๆเลยนะ ห้าร้อยปีก่อน ถ้าบอกว่ามนุษย์จะบินได้อย่างนก
ก็โดนด่ากันว่าบ้า แล้วตอนนี้หล่ะ มีสิ่งมนุษย์สร้างเต็มท้องฟ้า

นักวิทยาศาสตร์ แพทย์สมัยก่อน จะทำอะไร ทดลองอะไรก็ต้องแอบทำ
อย่างกาลิเลโอเงี๊ยะ โดนจับ เพราะมันขัดกับหลักศาสนา
แต่ทำไมเขาถึงทำหล่ะ เพื่อทำความฝันให้เป็นจริงไม่ใช่เหรอ

วิศวโยธาคนนั้น คุณไม่มีความฝันหรอ น่าสงสารนะ
ที่คุณไม่สามารถหาความสุขจากความฝันได้

#11 By on 2008-02-29 19:09

โอ้ววว ลืมให้ดราก้อนบอล
Hot! Hot! Hot!
เอาไปเลย อยากเข้ากันดีนัก รุความจริงก่อนกลับตัวไม่ทันนะเออ

#12 By on 2008-02-29 19:12

ทำงาน มีโอกาสได้ประสานงานก็พวกถาปัดบ่อยๆ รู้แต่ว่า พวกถาปัดเนี่ย หัวคิดสร้างสรรค์ ที่สำคัญรายได้ดี

#13 By จั่นเจา on 2008-02-29 20:01

เป็นสาขาวิชาที่สุดยอดในสายตาผมมาตลอด เพราะคนเข้าไปเรียนต้อง มีทั้งศาสตร์และศิลป์ ในตัวจริง ๆ อะครับ
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำจ้า big smile

#15 By HOMO(sap)IENS on 2008-03-03 16:59

พอดีแน้วแน่มาก ตัดสินใจเรียนปายแล้ว คิดแล้วเหนื่อย sad smile

#16 By หมีขั้วโลก™ on 2008-04-07 19:16