บล็อกอัพเดตวันนี้ อี๊ อี๊ อี๊......ภูมิใจเสนอ เอ๋อ เอ๋อ เอ๋อ... (เอ็งจะเอ็คโค่ทำม๊ายยยย )

.

.

เนื่องจากเพิ่งจะผ่านวันครูมาหมาดๆ ในฐานะอาจารย์ (ไม่ค่อยกล้าเรียกตัวเองว่า"ครู" แบบจริงๆ จังๆ .....มันขลัง...... ไม่เก๋าจริงเป็นครูไม่ได้นะ....)

.

เด็กสมัยนี้เป็นเจอเนอเรชั่นวาย... ที่ติดเกมส์ มี hi5 และคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเอง เชื่อมั่นสูง กล้าพูด กล้าคิด กล้าทำ แต่ไม่สามารถแยกแยะว่าไอ้ที่พูด คิด ทำ นั้น ดีหรือไม่....

ในโรงเรียนออกแบบ มีนักเรียนประเภทหนึ่ง ที่คิดว่า "กูแน่".... แค่เข้ามาเรียนเป็นนักเรียนถาปัด แล้วก็ออกไปเดินส่ายอาดๆ เบ่งให้ชาวบ้านรู้ว่ากูเจ๋ง...... มีเยอะค่ะ พวกนี้เป็นพวกน้ำชาเต็มแก้ว ออกจะล้นๆ ด้วยซ้ำ คือ คิดว่าตัวเองเก่ง แต่ไม่รับคำสอน คำแนะนำ จากคนอื่น..... สุดท้าย ก็จะเหลือแต่น้ำชาเน่าๆ ความรู้เก่าๆ ที่ค้างอยู่ในแก้ว

นักเรียนที่ดี ต้องเป็นน้ำชาครึ่งแก้วค่ะ ต้องมีความรู้เป็นฐานพอประมาณ และพร้อมจะรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาเสมอ.....

.

.

คนไทยมีกุศโลบายอันชาญฉลาด ... จัดพีธีไหว้ครูเพื่อให้นักเรียนเตรียมพร้อมในการเรียนรู้ ด้วยส่วนประกอบที่แฝงข้อคิดไว้

ที่มา : http://www.chorrorgor.com/Waikru.htm

ข้าวตอก ทำมาจากข้าวเปลือกโดยนำข้าวเปลือกไปแช่น้ำให้นิมแล้วนำไปคั่วด้วยความร้อนจนเม็ดข้าวแตกและ บานออกมีสีขาวบริสุทธิ์มีความหมายว่า ครูย่อมสอนศิษย์ทั้งด้วยวิธีปลอบโยนเปรียบได้กับน้ำที่ทำให้ข้าวเปลือกนิ่ม และวิธีการเคี่ยวเข็ญที่เข้มงวด เปรียบได้กับความร้อนที่คั่วข้าวเปลือก จะได้เป็นคนดีมีความรู้เหมือนสีขาวของข้าวตอกและมีความเจริญเฟื่องฟูในการประกอบสัมมาอาชีพเปรียบได้กับการแตก บาน ของข้าวตอก


ดอกมะเขือ เป็นดอกไม้ชนิดเดียวที่บานแล้วคว่ำดอกลงสู่พื้นดิน ไม่หงายขึ้นรับแสงอาทิตย์เช่นดอกไม้ชนิด อื่น ๆ เป็นเครื่อง สักการะที่เตือนให้ศิษย์ระลึกได้อยู่เสมอว่า ศิษย์จักต้องก้มหน้าและน้อมรับคำสั่งสอนของครูเสมอ ไม่โต้เถียงครูด้วยความโกรธ (ต้อนนี้ต้องเพิ่มว่า โต้เถียงด้วยเหตุผลได้ค่ะ..... เพราะครูไม่ได้ทำถูกเสมอไป)


ดอกเข็ม มีลักษณะแหลม มีความหมายว่า ศิษย์จะมีสติปัญญาเฉียบแหลมและฉลาดรอบรู้ได้ ก็ด้วยอาศัยครูเป็นผู้ ฝึกฝนเช่นเดียวกับการลับของที่แหลมคม ย่อมต้องมีการฝนหรือลับซึ่งต้องใช้ความพยายามอย่างมาก


หญ้าแพรก เป็นพืชที่ทนต่อความแห้งแล้งและการเหยียบย่ำและขยายพันธุ์ได้ดีในพื้นที่ทุกชนิดหญ้าชนิดนี้ จึงมี อยู่ทั่วไปทุกหนทุกแห่ง แม้ถูกเหยียบย่ำก็ไม่ตาย ได้รับน้ำฝนก็จะแตกใบขยายพันธุ์ขึ้นอีก มีความหมายว่า ศิษย์จะต้อง อดทนต่อการเคี่ยวเข็ญดุว่า เฆี่ยนตีของครูโดยไม่ถือโกรธ ดุจดังหญ้าแพรกที่ถูกเหยียบย่ำ  จะทำให้ศิษย์เป็นคนมีมานะอดทน รู้จักปรับตัว และแก้ไข ความประพฤติที่ บกพร่องให้ดีขึ้นเมื่อเติบโตขึ้นย่อมสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยดีในทุกหมู่ชนและทุกสถานที่

.

.

.

ทีนี้กลับมาเรื่องแก้เผ็ดนักเรียนแบบ อ.อาคิดีกว่า......หุ หุ หุ "สะใจว๊อยยยยยยยย!!!"

วิธีแก้เผ็ดนักเรียนจอมแสบ  แอบ แอบ แอบ แอบบบบบบบ.......... (แต่ข้าพเจ้าเป็นหญิงแท้ ชอบผู้ชายนะคะ ไม่ได้แอบบบบบ)

.

โรงเรียนออกแบบเนี่ย จะมีวิธีฝึกนักเรียนอย่างหนึ่ง คือ เมื่อออกแบบแล้วต้องรู้จักการนำเสนอ คือ การพรีเซนต์นั่นแหละ แต่บางที ถ้าเด็กตั้งใจทำงานมา ถึงจะออกแบบไม่ค่อยดีี อ. ก็พร้อมจะแนะนำให้

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าขี้เกียจ หรือทำไม่ได้?

ทุกอย่างมันฟ้องที่การตอบคำถามค่ะ เด็กที่คิดมา จะมีกระบวนการทำงาน จะมีที่มา .... ไม่ใช่ถามไปแล้วแถออกไปเรื่อยๆ ....  หรือตอบไม่ได้ นั่นแสดงว่า เด็กใช้เวลาอยู่กับงานน้อยมาก แต่เด็กสมัยนี้จะมีพรสวรรค์ในการพูด....พูดดดดดด ไปได้เรื่อย ขายฝัน เหมือนคิดมาอย่างดี แต่สุดท้ายมองไม่เห็นงาน ...เห็นแต่ของห่วยๆ ซึ่งส่วนใหญ่ถ้างานออกมาไม่ดีมักจะเป็นเพราะไม่ได้ทำ ไม้ได้คิด มากกว่าทำไม่ได้.... งานที่ผ่านการคิดมาอย่างดี ไม่ค่อยออกมาห่วยหรอกค่ะ

.

.

วิธีแรก เด็กไม่ตั้งใจทำงาน : แก้เผ็ดด้วยของขบเคี้ยว ขนมกรุบกรอบ

....งงล่ะซี๊.............. ขนมขบเคี้ยวแก้เผ็ดยังไง

.

เวลาตรวจแบบโดยเฉพาะ การตรวจแบบกลุ่ม คือ มีอาจารย์หลายท่านคอยคอมเม็นต์ จะมีของว่างเสริฟด้วยค่ะ ส่วนใหญ่อาจารย์จะนำมากันเอง เพราะใช้เวลานาน หิวมั่ง เบื่อมั่ง เป็นธรรมดา

วันดีคืนดีก็เอาแคบหมู (อาหารคาวเลยนะนั่น).... เข้าไปกินในห้องตรวจงาน.... ปกติก็ไม่ค่อยกินหรอก เสียงเคี้ยวจะดังเหมือนกินเลย์ในโรงหนังล่ะค่ะ.... 

แต่ถ้างานห่วยจริง ก็แกล้ง....... เคี้ยว กร้วม กร้วม กร้วม!! ให้ดังลั่นซะงั้น.......เด็กมันจะได้รุ้ไปเลยว่า "เฮ้ย ...งานเอ็งห่วย....ขี้เกียจนี่หว่า......... ไม่อยากฟังเว่ย" (โหดไปมั้ย..........)

ขอบอกว่า....วิธีนี้ส่วนใหญ่อาจารย์จะเห็นพ้องต้องกัน หยิบไปเคี้ยวเสียงดังโดยไม่ได้นัดหมาย ปล่อยให้ไอ้เด็กขี้เกียจพล่ามไปเรื่อยๆ พรีเซ็นต์ตัวลีบๆ อยู่หน้าห้องไปเรื่อยๆ ....ฮ่าๆๆๆ สะใจว๊อยยยยย!

.

.

วิธีที่สอง เด็กไม่ตรงเวลา : หนีกลับบ้าน

เหมือนจะเป็นวิธีที่ไม่รับผิดชอบเท่าไหร่ แต่

ไม่รู้ว่าเด็กที่คณะเป็นโรคไม่ตรงต่อเวลาอยู่ที่เดียวหรือเปล่า เช่น นัดตรวจแบบเช้า (หมายถึง 9.00 - 12.00 น.) ดันมากัน 11 โมง..... เด็กทีสิส 2 คน......คิดว่าจะตรวจทันหรือ.... พอไม่ทัน เลยเทียง บางทีก็ถึงบ่าย.... หมดเวลากินข้าว....ก็ต้องสอนต่อแล้ว....อดกินไป

บางทีวิชาบ่าย... มีเวลาตั้งแต่บ่ายโมงถึงสี่โมงครึ่ง ตรวจ 6 คน....คนแรกมาตอนบ่ายสามโมง.... ทำเป็นตลกบริโภค ...หัวเราะกิ๊กกั๊ก ออดอ้อนอาจารย์........ พอถามว่า วิชาบ่ายเริ่มกี่โมง ก็ตอบถูกนี่...... ถามว่าทำอะไรกันอยู่ เพื่อนไปไหนหมด....มันบอก ก็ทำงานนี่แหละ......

ไอ่เด็กพวกนี้............เค้าให้เวลากลับไปคิดตั้ง 2-3 วัน.........ไม่ยอมทำ ...มาทำก่อนตรวจ 2 ชั่วโมง.... แล้วจะได้อะไร จะเอาอวัยวะเบื้องไหนคิดงาน.......... กว่าจะตรวจคนสุดท้ายเสร็จ 5-6 โมงเย็น....

เมื่อก่อนสงสารเด็ก คิดว่าอุตส่าห์มา.......... ถ้าไม่ตรวจ เด็กก็ไม่รู้จะแก้อะไร ทำยังไงต่อ ...ก็เลยตรวจๆ ไป ...แต่กลายเป็นบ่มเพาะความไม่มีวินัยกับเด็ก....อีกอย่างก็คือ คอมเมนต์อะไรไป ก็ไม่เห็นทำมา...ก็เล่นใช้เวลาทำงานแค่ 2 ชั่วโมงอย่างที่บอก......... สรุป ไม่ได้เรื่องซักอย่าง

.

ตอนนี้ไม่เอาแล้วค่ะ....

มาช้า 30 นาที ถือว่าสาย....

ถึงเวลาเที่ยงปุ๊บ หยิบกระเป๋า ออกไปกินข้าว หรือ สี่โมงครึ่งปุ๊บ...เก็บของกลับบ้าน..... ใครมาแล้วตรวจไม่ทันตามคิวถือว่าขาด

ไม่ทำงานตามที่สั่งมา มัวแต่ขายฝัน....ไม่ตรวจ ถือว่าขาดส่ง...............

โอ.....ครูโหดดดดดดดดดด......... แต่ไม่ไหวแล้วค่ะ อีโก้เด็กสูงเกินกว่าที่คุณจะรู้.......... ทำนอง"กลวง" ...ข้างนอกสุกใส ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง ...โดยเฉพาะการไม่ตรงเวลานี่................ ร้ายแรง ร้ายแรง

.

.

วิธีที่สาม เด็กขี้เกียจออกนอกหน้า : หนามยอก เอาหนามบ่ง

ได้ไอเดียมาจากวิชาบรรยายค่ะ เด็กมักจะอ้างว่ามั่วแต่ทำงานไม่ได้นอน ก็เลยมาหลับอยุ่ในห้องวิชาบรรยาย... ก็น่าเห็นใจเด็กอยู่ อาจารย์ก็พยายามที่จะปรับวิธีการสอนให้ interactive มากขึ้น แต่บางช่วงก็ต้องบรรยาย เพื่อให้ได้เนื้อหา..... ม๊านนน....ก็หลับ......บางคนก็ทำอย่างอื่น...อ่านการ์ตูนมั่ง.... เล่นโทรศัพท์มั่ง

พอเห็นว่ามีคนหลับ... ก็ถามว่าง่วงรึ อยากนอนลงไปนอนดีดีเลยป่ะ (ประชด นะคะ ประชด) หรือไม่ก็ไปล้างหน้า ถ้าเป็นเราโดนอาจารย์ถามอย่างนี้ ต้องหน้าซีด รีบแจ้นไปล้างหน้า กลับมาถ่างตา คอตั้ง ฟังอาจารย์สอนแล้ว แต่ไอ่เด็กพวกนี้มัน........

เลือกทำอย่างแรกค่ะ....."นอน"....................ช่างกล้าาาาาา

.

ต่อไปนี้ก็เลยกะว่า หนามยอก เอาหนามบ่ง........ ข้าพเจ้าจะจำหน้าเด็กไว้ ...

คนไหนนอนในห้อง..เวลามันพรีเซนต์ ข้าพเจ้าจะนอนมั่ง ไม่ฟังมัน

คนไหนอ่านการ์ตูน...เวลาพรีเซนต์ ข้าพเจ้าก็จะเอาการ์ตูนมาอ่านมั่ง

คนไหนโทรศัพท์...... ข้าพเจ้าจะโทรหากิ๊ก คุยเสียงดังๆ กลบแม่งเรยยย

คนไหนคุยกับเพื่อน.... ข้าพเจ้าจะชวนอาจารย์ท่านอื่นคุยเรื่องละครเกาหลี ไม่ให้มีคนฟังมันพรีเซนต์

ถ้าหยุดพรีเซนต์ก็บอกให้พูดต่อไป แล้วก็ไม่สนใจเหมือนเดิม

.

.

วิธีที่สี่ เด็กติดเกมส์ : ใช้เพลย์สเตชั่นดัดหลัง

เอ่ออ ไม่ได้หมายความว่า เอา PS ไปยันหลังเด็กนะคะ

อยู่ๆ ก็นึกถึงรายการทีวีแชมเปี้ยนของญี่ปุ่น..... ที่มีกดปุ่ม ติ๊งต่องๆๆๆๆๆ มีป้ายตัว O เด้งขึ้นมา .....แปลว่าถูก ..ออดดดด มีป้ายตัว X เด้งขึ้นมา แปลว่าผิด

.

แต่คราวนี้ปรับเป็นก่อนพรีเซนต์ ให้นักเรียนมีคะแนนเต็มร้อย....มีป้ายคะแนนเป็น LED อยู่หลังห้อง ให้เจ้าตัวและเพื่อนเห็นป้ายคะแนน โดยที่ครูๆ ไม่เห็น

ครูๆ ถือจอยสติคคนละอัน..... สามารถกดถี่ รั่ว กี่ทีก็ได้ตามความพอใจ

.

ตอบถูก พูดดี คิดมา ...กดสีเขียว........คะแนนเพิ่ม.....

ตอบผิด คิดห่วย ขี้เกียจ ... กดสีแดง......คะแนนติดลบ.....

.

.

ตื่นเต้นดีออก....นึกภาพเด็กติดเกมส์ที่พรีเซนต์ตัวสั่นงันงกอยู่หน้าห้อง.......

ติดเกมส์นักใช่ม๊ายยยยยยยยย   นี่แน่ะ นี่แน่ะ ..... ออด ออด ออดดดด ..แดง แดง แดงงง.... ลบ ลบ ลบบบบบบบ

.

.

.....ฮริ้ววววววววววว     สะใจว๊อยยยยยย!!!!

.

.

ไม่รู้โหดไปหรือเปล่า..... อยากเป็นครูสาวใจดี มีแต่เด็กรักเหมือนกัน...... แต่ไม่ไหว......ต้องใช้ไม้แข็ง......

วิธีแรกที่ใช้แคบหมูได้ลองดำเนินการแล้ว ได้ผลพอประมาณ......... อีกสองวิธี ถ้าลองแล้วได้ผลอย่างไร จะมารายงานค่ะ

ส่วนวิธีที่สี่ เพิ่งเพิ่มมา ลืมเขียนรอบแรก..... คงให้เป็นเรื่องอนาคตค่ะ..... ถ้ามีงบจะเสนอให้คณะทำแน่ๆ.....ฮ่าๆๆๆ แค่คิดก็สะใจแล้วววววว

.

.

เอาน่า....ขำขำ

เพิ่งเห็นว่าใช้สรรพนาม "มัน" เยอะไปหน่อย.......ขอลบๆ ออกบ้างละกันนะ

 

edit @ 20 Jan 2008 21:46:59 by ArchmaniaC

edit @ 24 Jan 2008 07:51:16 by ArchmaniaC

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

แหงะ... เป็นนักเรียนสถาปัตย์ค่ะ

ต่อไปจะตั้งใจคิดแบบค่ะ (กลัวอาจารย์แก้เผ็ดอยู่เหมือนกัน แหะๆ)sad smile

#1 By Lover Boy on 2008-01-20 16:21

อา...เด็กเดี๋ยวนี้เป็นเยี่ยงนี้แล้วหรือ
Hot! Hot!

#2 By Sirius on 2008-01-20 16:34

อ่อ .. ตอนแรกนึกว่า
จะไปกินน้ำแข็งแก้เผ็ด ;P
................................

สมัยเรียนผมเป็นคนหนึ่ง
ที่เป็นเด็กเกเร ..
เกเรรุ่นพี่ในเรื่องรับน้อง ..
เกเร อ. เรื่อง present

รับโทษมาเป็น F ก็ยังไม่เข็ด -_-'
เฮ้อ .. แย่จริงๆ

จำได้ตอนนั้นคิดว่า นศ.มีเยอะ
เราไม่ใช่ที่สนใจของ อ.นักหรอก
และ อ.จึงไม่ได้เป็นที่สนใจ สำหรับเราเช่นกัน

อาจจะดูแรงๆหน่อย .. เพราะเป็นมุมที่เนิ่นนานมาแล้ว
แต่ก็คิดว่า .. ถ้ามองมุมนี้ แล้ว นศ.ไม่เยอะ
ถ้า อ.มีโอกาสใกล้ชิดกับเด็ก .. เด็กจะเกิดความเกรงใจ
ไม่กล้าเผางานกับ อ.ท่านนั้น ..
เนื่องจากการให้เกียรติในกันและกัน

ผมจำได้ว่า จะมีวิชาที่ อ.ยิ้มให้กับผมตลอด เย็นๆ นิ่งๆ
จนผมกล้าพูดอะไรต่ออะไรเยอะแยะ และตั้งใจทำพรีเซนท์
เพื่อจะได้ให้ อ.ท่านนี้ภูมิใจ

ผมไม่รู้เหมือนกัน ว่าถ้าตัวเองเป็น อ. แล้วต้องไปสอนน้องๆ
เราจะทำแบบไหน กับปัญหาเหล่านี้ ..
แต่ว่าถ้าระยะยาวแล้ว .. ผมคงหาวิธี
ที่จะทำให้เขารู้ว่า สิ่งสำคัญคือ

ทำให้เหมือนกับว่าสิ่งที่ทำนั้น ได้ทำให้กับคนที่เรารัก
เพราะเราย่อมให้เกียรติ และให้สิ่งที่ดีที่สุด กับคนที่เรารักเสมอ
น่ากัวจังจ้ะครู

(ชอบวิธีที่สี่ มั่กๆ)Hot!

#4 By กมลหนุ่ม on 2008-01-20 17:48

เอาเลยๆๆสะใจดีcry

ชอบวิธี 2 3 มากสุด ฮ่าๆ

ว่าแต่ เด็กแสบๆก็ต้องเจอครูแสบๆนั่นแหละ
หนามยอกเอาหนามบ่งนั่นแหละ สะใจทั้งสองฝ่าย
...ล่ะมั้ง ฮา~

#5 By ~ M i o * ~ (125.24.86.218) on 2008-01-20 18:39

ตอบคุณลิงใจดี
.
.
วิธีการของคุณลิงใจดีใช้ได้กับเด็กบางคนค่ะ แต่วิธีการในบล๊อก ใช้แก้เผ็ดเด็กในภาพรวมมากกว่า
.
.
การเรียนการสอนแบบถาปัด ไม่ใช่แค่สอนให้ออกแบบเป็น แต่ต้องคิดเป็นด้วย ในทุกเรื่อง ...การตรวจแบบเป็นวิธีการสอนแบบยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง เด็กจะแสดงตัวตนผ่านทางผลงานของเค้าหรือแม้แต่พฤติกรรมอื่นๆ นอกห้องเรียน...เด็กไม่มีวันรู้หรอกว่า ปัญหาเล็กน้อยที่แม้แต่เจ้าตัวยังไม่รู้ กลายเป็นประเด็นสนทนาที่เข้มข้นของครูอย่างไร... ยิ่งถ้าเป็นเรื่องซีเรียส..ครูจะพูดคุยทุกเวลาแม้แต่บนโต๊ะอาหาร เพื่อหาทางแก้ไข.....เราไม่ได้หวังสร้างแค่สถาปนิกเจ๋งๆ... แต่เราหวังสร้าง สถาปนิกที่ดีด้วยค่ะ
.
.
ตอนเด็กๆ เคยคิดแบบคุณลิงใจดี ...ออกแนวกบฏด้วย... มาใช้วิธีไซโค ด่าๆ กับข้าพเจ้าไม่ได้นะ ตอนนั้นคิดว่าครูก็ดีแต่ด่า
.
.
พอมาเป็นครูถึงได้รู้ว่า ด้วยวิธีการสอนแบบนี้ ไม่ว่าเด็กจะมีจำนวนแค่ไหน.. เราจะรู้จักตัวตนของเค้าหมด แล้วเฟ้นหากลยุทธ์วิธีการสอนที่เหมาะสมแตกต่างกันไป ..เด็กสิบคน มีสิบวิธี เด็กร้อยคน มีร้อยวิธี.......ทุกวิธีต้องอาศัยประสบการณ์ที่สั่งสมมาทั้งนั้น
.
.
ถึงได้บอกว่าไม่กล้าเรียกตัวเองจริงๆ จังๆ ว่า"ครู"......แต่ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะเป็นผู้ถ่ายทอดที่ดี
.
.
หวังอย่างยิ่งว่า อีก 20 ปีข้างหน้า..คงจะพร้อมให้คนอื่นเรียกว่า "ครู" ได้เต็มปากซักทีค่ะ big smile

#6 By ArchmaniaC on 2008-01-20 18:58

เอ่อ...เพิ่งเห็นว่าตอบยาวค่อดๆ.....
.
.
ประหนึ่งเขียนเอนทรี่ใหม่เลยทีเดียวsad smile

#7 By ArchmaniaC on 2008-01-20 19:07

ฮะๆ แอบสะใจถ้าคุณครูทำอย่างนั้นจริง ขนาดตัวเองเป็นนักเรียนนะนี่

เหล่านักเรียนที่นี่ไม่กล้าส่งงานเลทเพราะมันหมายถึงการลดเกรดไปหนึ่ง แถมกำหนดไว้เลยว่าถ้าพรีเซนต์พรุ่งนี้จะต้องส่งงานก่อนหนึ่งวัน ไม่งั้นติดเลท เด็กๆเลยนอนสตูกันซะก่อนวันส่ง พอถึงเวลาส่งก้อใส่ชุดนอนมาส่งกันเลยทีเดียว แถมถาวันพรีเซนต์คนไหนมาสาย เหล่าท่านอาจารย์ทั้งหลายจะหันหลังไม่ฟังพรีเซนต์กันเลยทีเดียว
(มนุษย์เนียนควรโดนเป็นอย่างยิ่ง)

แต่วิธีที่สามนี่ น่าจะเอาไปใช้เป็นอย่างยิ่งเลยนะคะ
จะได้ไว้คอยสมน้ำหน้ามนุษย์เนียน

#8 By Chocolate Emotion on 2008-01-20 20:03

อ่านแล้วกลัว

อืมๆ แต่ว่าเด้กที่อาจารย์เจ้าของบลอกพูด นิสัยแย่มากมายเลนแฮะ

อ่านการ์ตุน(เราก็เคยทำในคาบ)
นอนหลับ(อันนี้ยังไม่เคยทำ แต่ถ้านอนเรียนเคย)
คุยกับเพื่อน(เราเคยทำแน่ๆ แต่เวลา อ.พูดก็ไม่ค่อยจะคุยบ่อยเท่าไหร่ แต่ถ้าคุยเรื่องเดียวที่ อ.พูด อันนี้เคย)

สรุป ต้องรีบปรับปรุงตัว กลัวโดนแก้เผ็ด
สมัยเรียนออกแบบนิเทศฯ ก็เป็นเหมือนกัน แต่เรื่องเผางานนี่ไ่เคยมี ส่งเลทเพราะมัวแต่นั่งคิดงาน
คิดเยอะซะจนเวลาทำงานเหลือน้อย
พอร์ทก็ไม่มีส่งเวลา่ไฟนอล ถึงมีก็ไม่ครบทุกชิ้น
เพราะงานไ้ด้โชว์บ่อยๆ (โม้หน่อยนะ) เลยมีพวกมือดีแอบจิ๊กงานไปสะสมเป็นคอลเล็คชั่น
จนพักหลังต้องถ่ายรูปงานที่ไม่ได้เป็นดิจิตอลเก็บไว้
แล้วเบิร์นส่งอาจารย์
sad smile

#10 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-01-20 21:43

ผมเป็นเสือผู้หญิงครับ กริ๊วววว ฮ่าไฮ่...
ไม่เอาดีกว่าตอนนี้เป็นแมงกลิ้งขี้อยู่ ถ้าจะเป็นก็ขอเป็น ผีเสื้อก็เเล้วกันครับ
ผีเสื้อราตรีconfused smile

#11 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-01-20 22:45

อาจารย์ผม ชอบนัดเช้า แต่มาสาย ซะเอง แบบนี้ผมจะแก้เผ็ดคืนได้มั้ยครับ cry

#12 By bellblog on 2008-01-20 23:11

พี่เป็นคุณครูที่ใจดี(ตรงไหน?)ที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลยนะคับ
กิ้ว กิ้ว กิ้ว

#13 By seaugpor on 2008-01-20 23:20

โหดจังคับอาจารย์ ต่อไปผมจะไม่เหลวไหลอีกแล้ว...

#14 By น้องละอ่อน on 2008-01-21 00:08

หุหุ...หนามยอกหนามบ่งๆconfused smile

#15 By wesong on 2008-01-21 00:08

^-^ แวะมาอ่านคำตอบ
แล้วก็คิดถึง อ.ทั้งหลายของเราเอง
ขอบคุณนะครับ
เป็น นศ. อยู่ค่ะ ^^" เรื่องอื่นๆ นี่ยังไม่ค่อยทำนะคะ แต่เรื่องนอนในห้องเรียนนี่ก้อบ่อยๆ อยู่เหมือนกัน -_-" กลัวเจออาจารย์แก้เผ็ดแบบนี้มั่งจัง โหดร้ายอ้ะ sad smile
แต่ก้อพอเข้าใจค่ะ ว่าเจอบ่อยๆ ก้อเซ็งเหมือนกัน
PS ขำเรื่องหนีกลับบ้าน 555+

#17 By LiTt|e`r3d`r|diNg`h0od on 2008-01-21 03:05

สองวิธีแรกนี่แอบเห็นด้วยนะครับ (แต่ไม่อยากโดนเอง ... มันสยองนะนั่น)

แต่เอ่อ ...

วิธีที่สามนี่อาจโดนเพ็งเล่ง + วิธีที่สี่นี่มันเรียลลิตี้โชว์นี่ครับ

เออน่า ขำๆ เหอๆ Hot!

#18 By = ต้น = on 2008-01-21 03:15

เด็ดมากๆฮับ อ่านไปก็โดนใจเหมือนกันdouble wink
คิดถึงตอนที่รุ่นน้องของข้าน้อยมาขอให้ไปช่วยติวให้หน่อย แต่พอถึงเวลาจริง ก็นั่งคุยเล่นกันซะมากกว่าจะตั้งใจฟัง...
นี่ถ้าได้มาอ่านบลอกนี้เร็วกว่านี้ละก็นะ... คงสนุกสนานแน่ๆเลยฮับผม

เผื่อว่าต่อไปในอนาคต ถ้าข้าน้อยเกิดได้เป็นอาจารย์สอนหนังสือจริงๆบ้าง ขออนุญาต หยิบยืนวิธีการเหล่านี้ไปใช้บ้างนะฮับผม confused smile

#19 By DDP on 2008-01-21 03:28

อยากเป็นครูบ้างจัง



สู้ๆ คับ

#20 By iNum~* on 2008-01-21 03:31

Hot! Hot! Hot! Hot!
พูดไม่ออก

#21 By Pack on 2008-01-21 08:35

ได้ยินอาจารย์บ่นมาตั้งแต่ก่อนเรียนจบปี 4 ด้วยซ้ำไป ประมาณว่ารุ่นน้องพวกเธอนี่ ให้ทำอะไรก็ไม่ค่อยจะทำกันมา พอขู่ว่าจะตัดคะแนน มันกลับบอกว่า "ไม่เป็นไรค่ะอาจารย์ ตัดไปเลย"
...เยาวชนของประเทศชาติ ยอดจริงๆ เลยจอร์จ

แล้วนี่มันผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว ไม่อยากคิดเลยว่าคุณภาพและสามัญสำนึกของนักเรียน-นักศึกษามันจะ level down ลงไปอีกเท่าไหร่

เราเคยคิดว่าสมัยนี้ที่เด็กมันอาจหาญนักหนา เพราะอาจารย์ไม่ได้ใช้ระบบไม้เรียวเหมือนสมัยก่อน แต่คิดอีกที ถ้าเกิดใช้ขึ้นมา มันคงโร่ไปฟ้องผู้ปกครองให้มาเอาเรื่องอีก (พ่อแม่ตูใหญ่) สรุปว่า...แก๊สโซฮอลล์แหละผิด (อ๊ะ ไม่เกี่ยว sad smile)

พูดมาซะยืดยาว ประเด็นจริงๆ มีแค่ว่า อาจารย์ยอดเยี่ยมมากค่ะ วิธีแก้เผ็ดสะใจดีจริง เดี๋ยวเวลาพวกนักศึกษาเรียนจบไป ได้งานการดีๆทำ ก็คงจะรู้ซึ้งเองแหละว่าเพราะใครที่ทำให้ตัวเองมีวันนี้ สู้ต่อไปนะคะ ทาเคชิ ( >< )b

#22 By Piggy on 2008-01-21 09:45

ดีค่ะbig smile cry

#23 By kirmkan (202.129.59.146) on 2008-01-21 12:21

อ่า....อยู่โปรดักดีไซนด์
แต่เราไม่เหลวไหลขนาดนั้นน๊า...
โนววววว
แต่เผางานยอมรับอ่ะ
เพราะมั่วแต่นั่งคิดเลยไม่มีเวลาทำโมเดล

#24 By Adrias on 2008-01-21 13:21

sad smile เดี๋ยวนี้อาจารย์เค้ามีการแก้เผ็ดกันแล้วเหรอเนี่ย เหมาะกับเป็นอาจารย์เด็ก Y จิงๆ

#25 By Juth (58.181.243.175) on 2008-01-21 13:50

แต่ผมเห็นด้วยกับ คห.3 นะครับ

#26 By PERFECT WEDNESDAY on 2008-01-21 14:17



ใช้ไม้เรียวอย่างเดียวไม่ง่ายกว่าหรือ?

(คิดถึงสมัยเมื่อวันวาน ที่ไม้เรียวน้อยๆ จะเปลี่ยนขนาดตามความร้ายแรงที่กระทำ ตั้งแต่ที่ตีกลองของเล่น ไล่ไปถึง ไม้พลองลูกเสือ )

#27 By Neotokyo6 on 2008-01-21 14:17

-*-
ผมว่าประเด้นที่คุยกันใน Comment
น่าจะยกไปเป็นอีก Entry นะคับ อาจารย์อ๊าก

#28 By AkE on 2008-01-21 15:20

จะว่าไป ผมว่าตอนสมัยอาจารย์เรียนก็ต้องมีบ้างนะครับ เรื่องทำงานลำบาก ยาก ช้า สาย บ่าย เย็น.. เอ้ย..

แต่ไอ้พวกไม่มีมารยาทสอนแล้วนอน คุยกัน เพ้อ เล่นเนี่ย พวกนี้สมควรดัดหลังให้เข็ดแบบนั้นดีที่สุดครับ :D

#29 By BeN (203.113.39.13) on 2008-01-21 16:51

...พี่ผมเรียนสถาปัตย์ปัจจุบันอยู่ปี4
(ไม่เรียนแล้วเค้าจะเข้านิเทศน์แทนนนน)
...รู้สึกอ่านแล้วเข้าตัวผมเองอย่างแรงHot!
โอะ ... อ. สอนที่ไหนคะ ? sad smile

อยากเข้าสถาปัตย์ แต่ไม่อยากเจอ อ. แก้เผ๊ดดดด !!!

แต่บางคนมันน่าหมั่นไส้นัก ก็จัดการเลยค่ะอาจารย์
ว๊ากกร๊าก ๆ ๆๆๆ open-mounthed smile

#31 By {CODE;4079} on 2008-01-21 21:02

เศร้าค่ะ.....ไม่เคยเผางานเลย แต่ทำไม่ทันสักกะที
อ่านแล้วคิดถึง อาจารย์วีรยา......
แง.........มันเศร้า

#32 By mintd*-* on 2008-01-22 00:39

โอเยี่ยมค่ะ

#33 By ru (117.47.3.151) on 2008-01-22 13:24

ดีใจมาก... ที่จบแล้ว 555+
ลองดูค่ะพี่ น่าจะได้ผลมากมาย อิอิ

#34 By CiNNaf: holiday smile ^0^ on 2008-01-22 17:39

ในฐานะนศ.ขอบอกว่าน่ากลัวมากsad smile

#35 By **Pooh** on 2008-01-23 11:39

อ่านแล้วสยองเลยคะอาจารย์ เสียงสันหลังวาบๆ

เง้ออออ

#36 By =^o^= NekiKO~ on 2008-03-03 17:32

อ่ายแล้ว พูดได้แค่..
เหอๆๆๆๆ
เสียวสันหลังกันไปเลยนะนี่

#37 By suchii on 2008-03-04 12:41

มีอาจานแบบนี้อยู่สัก 10 คน คนะถาปัตย์คสนุกดีพิลึกนะ

คิดอะไรแบบนี้ออกมาได้ เยอะดี

ลองหาวิธีมาอีกนะครับ จะติดตาม


คิกคิก

#38 By เด็กน้อย (124.121.31.158) on 2008-04-25 01:36