ไปเจอกระทู้แนะนำใน MThai..... อ่านแล้วน่ากลัวมากๆค่ะ ....ยิ่งทำงานดึกๆ ขับรถกลับบ้านคนเดียวตลอด...แถมยังตั้ง 20 กว่าโล.....

คิดว่ามีหน้าตาเป็นอาวุธแล้ว....สงสัยจะไม่พอแฮะ........ ฝากไว้เตือนคนขับรถมืดๆ ด้วยนะค๊าบ.....

เครดิตค่ะ http://webboard.mthai.com/5/2007-03-31/311936.html

ผมตัดสินใจอยู่นานหลายวันกว่าจะ โพสต์กระทู้นี้ได้ .. เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นแบบอย่าง ที่ไม่ถูกต้องของ เราๆท่านๆที่ใช้อาวุธปืนในการป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน .. แต่ในกรณีศึกษาของคุณ K2A
( ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม) ทำให้ผมต้องตัดสินใจ ขั้นเด็ดขาด เพื่อป้องกันตนเอง

ขอเริ่มเลยก็แล้วกันนะครับ คือหลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจถวายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่โรง พยาบาล ศิริราชซึ่งขณะนั้นเวลาก็ประมาณ ตี 2 ผมมีเหตุจำเป็นต้องเดินทางไปจังหวัดสุพรรณฯ เป็นการด่วน ก็เลยจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วรีบเดินทางทันที โดยใช้เส้นตลิ่งชัน-บางบัวทอง-สุพรรณฯ

โดยระหว่างทางได้แวะปั๊มเจ็ท ที่อยู่เลยสนามบางบัวทองไปหน่อยนึง เพื่อเติมน้ำมันและหากาแฟกิน โดยไม่ได้สังเกตและระวังอันตรายที่แฝงตามปั๊มน้ำมันเลย หลังจากนั้นก็ออกเดินทางต่อ

ระหว่างทางที่ขับรถมา รู้สึกมีรถขับตามมาจากปั๊ม แต่ก็ไม่ได้ไปสนใจอะไร จากนั้นประมาณ ครึ่งชั่วโมงกว่าๆ สังเกตว่า เสียงเครื่องยนต์ดังแปลกๆ ตั้งใจฟังอยู่ตั้งนานเหมือนไม่ใช่เสียงรถเรานี่หว่า มองกระจกซ้าย ขวา หลัง ไม่มี รถตามมาเลยซักคัน เอ๊ะ แล้วมันเสียงอะไรกัน ฟ่ะ .

สงสัยอยู่นานพอ สมควร . แล้วผมก็หายสงสัยครับเพราะไอ้เสียงที่ว่ามันคือรถปิ๊กอัพ ที่ดับไฟแล้วขับจี้ตูดชนิดห่างแค่ศอกเดียว แล้วมันก็เปิดไฟ สูงวาบใส่ทันที ผมตกใจมาก แต่พยายามคุมสติไว้แล้วเปิดไฟสัญญาณเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าเลนซ้าย พ่อเจ้าประคุณก็แซงไปอยู่ข้างหน้าแล้วพยายามเบรคให้ผมชนท้าย ผมก็เบรคแล้วชะลอรถทันที เพื่อให้ เค้าไปก่อน

ในใจคิดว่า โดนดีแน่แล้วเรา มือซ้ายเลยเอื้อมไปล้วง PPK ในกระเป๋าที่วางอยู่ข้างๆมาขึ้น ลำเตรียม ไว้ แล้วค่อยๆขับไป ช้าๆ ประมาณ 90 / ช.ม.มันก็เบรครถกระทันหันอีกครั้งเพื่อให้ผมชนท้ายมัน อีก
ผมก็ เบรค แล้วชะลอทันที ให้พ่อเจ้าประคุณท่านไปก่อน มันทำ อย่างนี้ซ้ำกันถึง 4 ครั้ง จนมันแน่ใจ
ว่าผมคง ไม่ชนท้ายมันแน่ๆ มันก็เร่งเครื่องหายไป ผมก็ โล่งใจไปได้หน่อยนึง จากนั้นก็ค่อยๆขับช้าๆ
ย่องๆ มาตลอดทางและระวังตัวตลอด

ประมาณครึ่งชั่งโมงเห็นจะได้ มันมา อีกแล้วครับ คันเดิมดับไฟมาเหมือนเดิมไม่รู้ว่ามันไปซุ่มอยู่ที่ไหน อยู่ๆก็มาโผล่ข้างหลังผมอีก แล้ว คราว นี้มันชนเลยครับ ไม่แรงเท่าไหร่ แล้วก็ขับมาตีคู่เปิดกระจกชี้มือชี้ไม้จะเอาเรื่องให้ได้แล้วก็ทำสัญญาณให้ ผมจอดรถ ผมก็ชะลอรถ แล้วกด กระจกลง ระหว่างนั้นไอ้ปิ๊กอัพผีคันนี้อยู่ด้านหน้าผมแล้วครับ เตรียมขวางผมให้จอดรถให้ได้ ผมตัดสินใจแล้วครับ หยิบ PPK ยิง อัดใส่รถมันทันที 5 นัด ย้ำนะครับผมยิงใส่รถเลย โดยไม่สนใจว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไง ก็เราขอใบอนุญาตซื้อปืนเพื่อสิ่งนี้มิใช่หรือครับ ป้องกันชีวิตและ ทรัพย์สิน นี่ คือการเปิดฉาก ดวลกับคนชั่วๆโดยไม่รอให้มันเป็นฝ่ายเริ่มก่อน แล้วก็ได้ผล ครับ มัน เร่งเครื่องหนีเต็มที่โดยไม่คิด ชีวิต เสียงเครื่องยนต์ดังสนั่นเลยครับ ไม่ อยากจะคิดถ้ามันสู้ขึ้นมาผมคงเสร็จแน่ๆ เหลือติดปืนอยู่ แค่ 2 นัด เอง


จาก นั้น ผมขับรถมาเรื่อยๆจนถึงป้อมตำรวจ ก็จอดรถสำรวจความเสียหายปรากฏว่าไม่มากครับ กันชนหลังเสียหายนิดหน่อย ตำรวจ ผู้เฒ่าในชุดขาสั้นเสื้อยืดสีขาวที่นอนอยู่ในป้อมก็ค่อยๆแง้มประตูออกมา ดู ผมก็ เล่ารายละเอียดให้ฟัง แกก็ ดีใจหายครับอุตส่าห์วิทยุไปแจ้งเหตุตามป้อมระหว่างทาง เพื่อสกัด จับ ตามเส้นทางที่คาดว่าร้ายจะหลบหนี โดย ไม่วุ่นวายกับปืนผมเลย แค่ขอ ดูหน่อยว่าใช้ปืนอะไรแล้วก็ส่งคืน

เฮ้อ .. ตีสามเข้าไปแล้วครับกลางทุ่ง อย่างนี้ไม่มีใครเค้าตื่นมาตั้งด่านให้หรอกครับ ต้องทำใจ

ผมคงจะไม่ถามนะครับว่าผมทำเกินไปหรือไม่เพราะ ผมได้ทำลงไปแล้ว และใน ทางกลับกันหากเกิด
อะไรที่ เลวร้ายขึ้น คนที่เสียใจที่สุดก็ไม่พ้นครอบครัวที่เรารักอยู่ ดี เพราะ ยังงี้ผมถึงต้องทำทุกวิถีทาง
เพื่อ ให้มีชีวิตรอดกลับไปหาครอบครัวที่ผมรักครับ


รถที่โดนชนครับ เสียหายไม่มากอย่างที่ คิด

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มีคนส่งให้อ่านเหมือนกัน
แต่พอดีไม่มีรถ
แถมมีหน้าตาเป็นอาวุธเหมือนคนเขียน


มามะให้สาดน้ำหน่อยน๊า

#1 By godz (124.121.112.104) on 2007-04-16 18:15