ที่จริงเวลานี้ควรจะเริ่งสปีดทำงานเต็มสูบ เนื่องจากว่าไม่มีอะไรเสร็จซักอย่าง พรุ่งนี้ก็มีงานที่ต้องส่ง 2 อย่าง ทั้งงานหลวงและงานราษฎร์

.

แต่ไหนๆ ระหว่างเสียเวลานั่งดู Coffee Prince แล้ว ...งั้นก็อัพบล๊อกเลยละกันเนาะ

.

.

สืบเนื่องมาจากเอนทรี่ของคุณบิค ที่ไขความกระจ่างของความแตกต่างระหว่าง "นิยาย" และ "นวนิยาย"

ไม่ใช่ค่ะ.... มิได้ตั้งใจอ้างอิงถึงเนื่อความตรงนั้นแต่อย่างใด ... แต่อ้างอิงถึงประโยคสุดท้ายของคุณบิคในเอนทรี่นั้นต่างหาก

.

"วันหลังผมจะไม่ยอมโง่อยู่เงียบๆ อย่างนี้อีกแล้วครับ "

.

.

แก่ป่านนี้แล้ว.....ก็ยังเป็นบ่อยๆค่ะ

คนฉลาด แต่ขี้เกียจ...ไม่ดี

คนโง่ แต่ขี้เกียจ...ก็ไม่ดี

แต่.....คนโง่ แต่ขยัน.......นั่นยิ่งไม่ดี

.

.

เพราะว่า...คนโง่ ที่ไม่ยอมสร้างความฉลาดให้กับตัวเอง.....แล้วยังดึงดัน ทู่ซี้ ตะบี้ตะบันทำงานต่อไป โดยไม่รู้อนาคต อาจสร้างความเสียหายได้มากกว่าโง่แล้วอยู่นิ่งๆ

.

.

ตอนนี้น ข้าพเจ้าเป็นคนประเภทนั้นค่ะ.........โง่....แต่ขยัน (ที่จริงน่าจะใช้คำว่าดึงดันมากกว่า)

เมื่อมองย้อนกลับไปพบว่า.... หลายอย่างที่ล้มเหลว ทำไม่สำเร็จ เป็นเพราะนิสัยสันดานแบบนี้ของเราทั้งนั้น

.

.

ไม่ได้ชมตัวเองว่าขยันนะ....แต่ประโยคนั้นของคุณบิค ที่เคยสงสัยอะไรบางอย่าง แต่ไม่เคยถามหรือหาคำตอบ.... จนวันที่มีคนอื่นนำคำตอบมาป้อนถึงปาก........ เพียงแต่ผลของมันไม่เลวร้าย เพราะมันไม่เร่งด่วนจำเป็นสำหรับคุณบิคในตอนนั้น

.

.

แต่ความเสียหายระดับนาร์กิสที่ถล่มข้าพเจ้าอยู่ในเวลานี้ เป็นเพราะความละเลยโง่ๆ ของตัวเอง

อันได้แก่.......... ไม่พยายามสื่อสารกับคนอื่น

ได้แก่ ..........ไม่รู้แล้วไม่เจือกถาม

ได้แก่..........คิดว่าจัดการได้ ทั้งที่ทำไม่ได้

ได้แก่...........รับปากมั่วๆ (อ้างว่าปฏิเสธไม่ได้) ...รับงานเกินตัวแต่ก็ยังคิดว่าน่าจะทำได้ (เหรอ)

ได้แก่..........มองเห็นแต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่ไม่เคยมองภาพรอบๆ ตัว

ได้แก่.......... โง่....แล้วอวดฉลาด..... แล้วยังไม่ยอมปล่อยวาง

.

.

ทำให้งานตอนนี้ไม่เสร็จซักกะอย่าง.... ถูกลูกค้าด่า.... งานหลวงไม่เดิน งานราษฎร์ไม่ไปไหน....

แม้ว่าจะนอนวันละสามชั่วโมง... ถ่างตาหน้าคอมตลอดเวลา...... เหมือนทำงานตลอดแต่ไม่ไปถึงไหน

วนเวียนแก้..ในสิ่งที่ตัวเองก็ไม่รู้ และก็ทำไม่ได้.... อยู่คนเดียว.... (นี่มันกบในกะลาที่ถูกวางทับด้วยม้าหินเลยนะนั่น)

เหมือนเล่นฟุตบอล แล้วพยายามลุยเดี่ยว ไม่ยอมส่งต่อให้ผู้เล่นคนอื่น ทั้งๆ ที่เจอทางตัน....แล้วจะทำประตูได้ยังไงคะ? ......... โชว์เดี่ยวก็ไม่ดัง ทีมเวิร์คก็ไม่ดี......... สุดท้ายคงต้องปิดสโมสร

.

สรุปว่าสร้างความเสียหายถึงตัวบริษัท...และเสียเครดิตของตัวเอง

เครียดจนเอ่ยปากขอลาออกจากบริษัทที่เริ่มปั้นมากับมือ..เพราะเกรงจะทำให้เสียหายไปมากกว่านี้

.

.

แต่เวลานี้ดีขึ้นแล้ว แง้มกะลาพอเห็นแสงลอดเข้ามารำไรนิดนึงแล้วค่ะ

....เพราะยอมอ้าปากถาม.....ยอมรับความจริง.....มองเห็นปัญหา.....และคิดว่า (น่าจะ) มาถูกทาง.....

ที่เหลือก็แค่....ยอมรับผลเสียที่มันเกิดขึ้นมาแล้ว....และทำส่วนที่เหลือต่อไปให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

.

.

ความล้มเหลว.....คงจะสร้างคนที่เป็นผู้เป็นคนได้อีกคน (ตรงนี้) ล่ะมั้ง

.

.

เนาะ

.

.

เป็นกำลังใจให้ตัวเองละกันหว่ะ (เอางั้นเลยย?????)

.

.

ปล.

ขอบใจเพื่อนส้มและเพื่อนบุษ....... ที่เป็นกำลังใจและให้อภัยหุ้นส่วนง่าวๆ คนนี้เสมอเน้อ....

ถ้าไม่ใช่เพื่อนทั้งสองคน.... ก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าชีวิตจะเป็นยังไง

ขอบใจ...และ ขอโทษนะเว่ย........